|
|
หุ่นขี้ผึ้งเบ่าทุบกับพิมพ์ขี้ตา
|
ความจริงรูปลักษณ์ของพระพิมพ์ลอยองค์ทั้ง 2 พิมพ์นี้นักเลงพระเขารู้จักดีแยกพิมพ์ออกได้โดยง่าย
แต่ในที่นี้จะพูดถึงการทำหุ่นขี้ผึ้งเท่านั้น เพราะมีความแตกต่างกันในขณะที่สร้างก่อนการพอกหุ่น หุ่นพิมพ์ขี้ตาเมื่อถอดหุ่นขี้ผึงออกจากบล๊อคแล้วนายช่างจะไม่ค่อยพิธีพิถันแต่งพิมพ์กันนัก บล๊อคที่ใช้ก็มี 2 อันประกบกัน พอถอดออกมาก็จะทำให้หุ่นเทียนหรือหุ่นขี้ผึ้งนั้นมีรอบตะเข็บด้านข้าง ถ้าไม่นำมาแต่งก็จะมีลอยประกบของบล็อคปรากฎ
ให้เห็นตอนหล่อเททองลงไปแล้ว
เนื่องจากพิมพ์บล๊อขี้ตาเป็นพระยุคแรก ยังมิได้พัฒนาอะไรมาก ร่องรอยการสร้างจึงปรากฎให้เห็นอยู่หลายอย่าง
ส่วนพิมพ์เบ้าทุบหรือพิมพ์นิยมนั้นสร้างกันไปภายหลังจึงทำให้มีการตกแต่งเพิ่มความสวยงามเพิ่มขึ้นตามความต้องการได้ ความจริงพิมพ์นิยมเมื่อถอดเป็นหุ่นเทียนก็มีตะเข็บข้างมาก่อนแต่ช่างมีความประณีตได้นำมาตกแต่งลบตะเข็บด้านข้างนอกออกจนเรียบ
ร้อยจึงมองไม่เห็นร่องรอยตะเข็บ แต่พิมพ์นิยมบางองค์ที่ไม่ได้แต่งให้เรียบร้อยนักก็จะยังมีรอยตะเข็บให้เห็นอยู่เหมือนกัน
แต่ที่แน่ ๆ นักสะสมพระพิมพ์ลอยองค์ควรพิจารณาให้ถ่องแท้ก็คือ พระพิมพ์ลอยองค์บล๊อคขี้ตานี้ ฐานจะต้องไม่ชนวน
เพราะเป็นการหล่อแบบเบ้าหก หรือเบ้ากระดก และเป็นการหล่อทีละองค์หรือเบ้าละองค์เท่านั้น
มีคำบอกกล่าวกันต่อมาว่า พระพิมพ์บล๊อคขี้ตานี้หล่อโดยช่างทองคนจีนที่มีภูมิลำเนาอยู่ใกล้ ๆ วัดบางคลานนั้นแหละ นายช่างคนนี้มีบล๊อคอยู่และมีคนมาจ้างหล่อเสมอคราวละไม่มาก บางคนก็เอาโลหะมาเอง ฉะนั้นเนี้อพระจึงมีความแตกต่างกันออกไป และต้องขอบอกไว้สักนิดว่า เพระเนื้อพิเศษเช่น สัมฤทธิ์ หรือเนื้อแบบขันลงหินนั้น มีเนื้อเงินบริสุทธิ์ก็มีการสร้างไว้เช่นกัน แต่การซื้อหาต้องระวัง คือต้องดูเป็น และพระเหล่านี้ต้องมีความเก่า ปัจจุบันของปลอมทำได้เหมือนจริง ๆ มีฝืมือมาก ทั้งมีผลิตจากพิษณุโลก และนครสวรรค์ ฝีมือพิมพ์ลอยองค์ทำเทียมใช้ได้ทีเดียว เสียแต่เนื้อเท่านั้นที่สดเกินไปการซื้อต้องระวังให้ดี ถ้าไม่แม่นจริงของให้ไปแห่เสียก่อนอย่าโลภจะทำให้พลาดได้ เห็นของราคาถูกหน่อยรีบซื้อจะเจ็บใจภายหลังเพราะพวกมือผีเหล่านี้ก็พยายามทำให้เหมือนของจริงอยู่แล้ว
ช่างจีนที่อยู่ใกล้ ๆ วัดนี้ได้รับจ้างหล่อพระพิมพ์ขี้ตามานาน แกทำหุ่นไว้ใครมาจ้างก็รีบทำให้ เป่าทองที่จะหล่อด้วยเครื่องพ่นทอง แล้วเป่าเบ้าให้ร้อนไปในขณะเดียวกัน พอโลหะหลอมเหลวได้ทีก็จะเทลงเบ้าทันที พระพิมพ์บล็อคขี้ตาจึงมีลักษณะแบบนี้เกือบทั้งหมดคือ เทครั้งละองค์ แต่อาจจำทำทีละมาก ๆ ก็ได้ โลหะที่เทลงไปก็จะหยอดเทให้พอเหมาะแค่องค์เดียว ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่า ถ้าโลหะที่เทลงไปมีมากหน่อย ฐานขององค์พระก็จะหนา ถ้าโลหะน้อยฐานก็จะบาง นี้คือข้อควรพิจารณาประกอบ
ฐานพระจะไม่เรียบร้อย ดูขรุขระเพราะการเทด้วยวิธีดังกล่าว ถ้าไม่เรียบร้อยมาก ๆ ช่างก็จะเอามาแต่งโดยการใช้ตะไบหยาบ ๆ แทงให้เรียบ ส่วนมากจะแทงไม่เรียบเสียทีเดียว คือ แต่งพอให้วางตั้งได้เท่านั้น โปรดพิจารณารอยตะไบจะเป็นรอยหยาบ ๆ และเหมือน ๆ กันแทบทุกองค์
เดิมทีมีผู้เข้าใจว่า พอถอดพิมพ์เป็นหุ่นขี้ผึ้งแล้ว นายช่างได้นำหุ่นที่ถอดออกแล้วไปวางไว้บนตะแกรงลวด จึงทำให้เป็นรอยเช่นนั้น แต่ต่อมาเมื่อได้พิจารณาโดยตลอดแล้วจึงเห็นว่ามันเป็นไปไม่ได้ ถ้ารอยที่เป็นร่องที่ฐานเกิดจากการวางหุ่นที่ไม่แข้งตัวดีลงบนตะแกรงลวด การที่จะปรากฎรอยนี้บนโลหะได้จะต้องเป็นการเททองแบบมีเดือยชนวน ถ้าไม่มีเดือยจะทำให้เป็นรอยแบบนี้ตั้งแต่เป็นหุ่นขี้ผึ้งไม่ได้ เพราะพิมพ์ขี้ตานั้นเขาเทแบบกันเบ้าหงายขึ้น คือ กันเบ้าเปิด ร่องรอยบนหุ่นขี้ผึ้งจะหายไป ผิวล่างที่ฐานก็จะเป็นผิวของโลหะที่เทลงไป เพราะบล็อคจะถูกคว่ำเอาหัวลงเทโลหะเข้าไปทางก้น
ส่วนพระพิมพ์นิยมหรือพิมพ์เบ้าทุบ ในที่นี้จะไม่พูดถึง เพราะมีการตกแต่งมากทั้งการแต่งหุ่นขี้ผึ้งและตกแต่งหลังเททองแล้ว ส่วนใหญ่จะพิจารณาว่าเป็นของแท้ก็ที่คราบและผิวที่แสดงความเก่าให้ปรากฎอยู่เท่านั้น
พระพิมพ์ขี้ตาบางองค์ถูกฝนจนฐานเรียบสนิทเลยก็มี แต่ก็ต้องพิจารณาพิมพ์ด้านบนด้วยว่าเป็นของแท้หรือไม่ โปรดพิจารณาดูหน้าตาให้ดี พระพิมพ์นี้ความริงปลอมแปลงยากมากเพราะเป็นพระพิมพ์ตื้น และบริเวณด้านหลังตรงไหล่ซ้ายขององค์พระจะมีลักษณะลาดเอียงไปทางหูซ้าย โปรดจำพิมพ์นี้ให้แม่น ลักษณะทั้ง 2 ประการนี้เป็นเอกลักษณ์ของพระพิมพ์ขี้ตาที่ถูกต้อง
ที่อยากจะกล่าวถึงอีกประการหนึ่งก็คือ ตำหนิที่เป็นฟองอากาศที่ประกฎบนองค์พระรูปหล่อนั้น ความจริงไม่ใช้ตำหนิลับอะไรที่จะไปพิจารณาว่าเป็นของแท้หรือไม่ การหล่อพระแบบเทโบราณนั้น ฟองอากาศเกิดได้ทุกที่บนองค์พระทั้งนี้อยู่ที่ตอนทามูลโคพอกหุ่น หากทาไม่ดี หรือทาเร็วเกินไปไม่ประณีต ก็จะทำให้เกิดฟองอากาศได้ ฟองอากาศนี้จะเกิดขึ้นที่ฐานหรือซอกคอ ซอกแขนได้ทั้งนั้น ไม่ได้ถือเป็นตำหนิลับ ใครเขียนสรุปว่าฟองอากาศคือตำหนิลับขององค์พระก็เชยสิ้นดี ถ้าเป็นตำหนิพระขององค์นั้นละก็พูดได้แต่จะบอกว่าเป็นตำหนิลับของพระพิมพ์นั้นละก็คงจะผิดเป็นแน่แท้
พระบางองค์ หล่อออกมาแล้วอาจมีตำหนิพิเศษบ้าง ดูคล้ายมีฟัน หรือมีขี้มูก หรือคอปะ หรือฟองอากาศเกิดทำให้เป็นติ่งหรือตุ่มขึ้นตรงนั้นตรงนี้บนองค์พระ ขออย่าได้ถือเป็นตำหนิของพระทั้งพิมพ์หรือทั้งหมดเลย ข้องใจหรือสงสัยโปรดสอบถามช่างหล่อพระทุกคนได้ เขาจะให้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้ดีที่สุด
|
|
|
| |
| |
|
|