จะขอกล่าวถึงตำหนิจุดเป็นจุดตายที่ใช้พิจารณาพระพิมพ์นิยม เคยมีผู้ชี้ตำหนิไว้มากกว่า 20 จุด แต่เนื่องจากต้นแบบหรือการปั่นหุ่นแกะหุ่นนั้นกระทำโดยคน
ๆ เดียว (คุณยายวัน สุทัศน์ ณ อยุธยา ช่างปั่นหุ่น)
รายละเอียดพิมพ์ทรงโดยรวมจึงเหมือนหรือคล้ายกันแตกต่างกันก็แต่รายละเอียดอันอาจจะเกิดจากการแต่งหุ่นเทียนและการเทหล่อโลหะที่ทำให้เกิดร่อง
รอยของโลหะที่ขาดและเกินแตกต่างกันไปบ้าง เพราะพระพิมพ์นี้ใช้วิธีหล่อแบบเบ้าทุบติดช่อหล่อทีละองค์ จึงมีความละเอียดกว่าแบบการ
หล่อเบ้าหกพิมพ์ประกบของพระพิมพ์ขี้ตา พระพิมพ์นิยม จึงมีความเรียบร้อยสวยงามไม่มีตะเข็บข้างให้เห็น
ตำหนิจุดเป็นจุดตาย ( จุดเป็นคือตำหนิที่ควรจะมี ซึ่งบางองค์อาจไม่มีก็ได้ ส่วนจุดตายคือจุดสังเกตสำคัญที่ต้องมีหากไม่มีจะเป็นพระดูยาก ) จุดสังเกตด้านพิมพ์ทรงสำคัญทั้งพิมพ์นิยมและพิมพ์ขี้ตามีตั้งแต่บริเวณ ศรีษะ หน้าผาก คิ้ว ตา จมูก คางหัวไหล่ หน้าอก แขน ขา และตามจีบริ้วจีวรในองค์พระ
แต่จุดที่สำคัญกว่า.... ที่จะขอนำมาบอกกล่าวนั้น ไม่ใช่ตำหนิพิมพ์ทรงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของแร่ธาตุสำคัญบางอย่างที่อยู่ในกระแสโลหะผสมในพระรูปหล่อหลวงพ่อเงินที่ยังไม่มีใครเลียนแบบได้ เป็นจุดตายยากต่อการปลอมแปลง นักสะสมระดับแนวหน้าทั้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร และในวงการบางท่านเก็บเป็นความลับเฉพาะตัวใช้เป็นหลักในการพิจารณาพระเครื่องหลวงพ่อเงินมานานแล้ว นั่นคือนอกจากกระแสโลหะผสมหลายอย่างทำให้ผสมกลมกลืนแตกต่างจากพระทองเหลืองทั่วไป สนิมของพระหลวงพ่อเงินส่วนหนึ่งจึงออกน้ำตาล กระแสแบบทองดอกบวบ เพราะมีส่วนผสมของทองคำแน่นอนประการสำคัญในกระแสโลหะผสมนี้เชื่อกันว่ามีแร่ธาตุศักดิ์สิทธิ์ ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพระเครื่องเมืองพิจิตรผสมอยู่อาจเป็นแร่เหล็กน้ำพี้ หรือผงแร่เหล็กไหลก็อาจเป็นไปได้
ร่องรอยแร่ธาตุศักดิ์สิทธิ์นี้ เมื่อนำพระหลวงพ่อเงินแท้ ๆ มาส่องดูอย่างละเอียด ส่วนใหญ่จะพบว่ามีอยู่ตามผิวจริงไม่มากก็น้อย นักสะสมพระหล่อโบราณบางท่านแสดงทัศนะว่าอาจเป็นคราบเศษเบ้าดินที่หลุดออกจากดินนวลหุ้มหุ่นเทียนเข้าไปในเนื้อพระ แต่คนพิจิตรส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นแร่ศักดิสิทธิ์ที่ผสมลงไปไม่ใช่คราบเศษเบ้าดินเพราะมีขนาดสันฐานแตกต่างกันไป ที่พบเห็นเป็นสีเทาปนน้ำตาลเข้มคล้ายแร่เหล็กมีความแข็งในตัวและทนไฟ
นี่คือจุดสังเกตสำคัญอีกจะหนึ่งในพระรูปหล่อหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน ซึ่งแม้จะไม่ใช้ข้อยุติเด็ดขาดแต่หวังว่าท่านผู้อ่านและผู้สนใจทั่วไปจะใช้เป็นข้อมูลในการต่อยอดองค์ความรู้ในการศึกษาพระเครื่องหลวงพ่อเงินต่อไปไม่มากก็น้อย |