<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยินดีต้อนรับสู่เว็บ หลวงพ่อเงิน</title>
	<atom:link href="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com</link>
	<description>รวมเรื่องราวประวัติ หลวงพ่อเงิน ไว้ที่นี่!!</description>
	<lastBuildDate>Sat, 13 Aug 2011 15:46:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.3</generator>
		<item>
		<title>ยินดีต้อนรับสูา เว็บ หลวงพ่อเงิน.com</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Aug 2011 15:45:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[หลวงพ่อเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[webboard หลวงพ่อเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=72</guid>
		<description><![CDATA[ท่านสามารถ พูดคุย สอบถาม หลวงพ่อเงินได้ที่นี่ครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;">ท่านสามารถ พูดคุย สอบถาม หลวงพ่อเงินได้ที่นี่ครับ</h1>
<p style="text-align: center;">
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/webboard/"><img class="alignnone" style="border-style: initial; border-color: initial;" src="http://www.หลวงพ่อเงิน.com/webboard.jpg" alt="" width="206" height="42" /></a></h1>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จุดสังเกตสำคัญในพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:58:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[จุดสังเกตสำคัญในพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[จุดสังเกตสำคัญในพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน พระเครื่องรูปหล่อหลวงพ่อเงินวัดบางคลานขนาด พิมพ์หัวหลิม บางท่านแบ่งเป็นพิมพ์ชายติดกับพิมพ์ชายห่าง โดยสังเกตจากชายจีวรในองค์พระและอาจจะมีการแบ่งเป็นพิมพ์อื่น ๆ อีก ซึ่งจะขอยกไว้ไม่นำมากล่าวในที่นี้ แต่ขอจำเฉพาะลายระเอียดสำคัญที่พระหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมควรจะมีเหมือน ๆ กัน รวมทั้งข้อสังเกตสำคัญในเนื้อหาหรือกระแสโลหะผสมที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญหลัก หรือ จุดตายในการพิจารณา จะขอกล่าวถึงตำหนิจุดเป็นจุดตายที่ใช้พิจารณาพระพิมพ์นิยม เคยมีผู้ชี้ตำหนิไว้มากกว่า 20 จุด แต่เนื่องจากต้นแบบหรือการปั่นหุ่นแกะหุ่นนั้นกระทำโดยคนๆ เดียว (คุณยายวัน สุทัศน์ ณ อยุธยา ช่างปั่นหุ่น) รายละเอียดพิมพ์ทรงโดยรวมจึงเหมือนหรือคล้ายกันแตกต่างกันก็แต่รายละเอียด อันอาจจะเกิดจากการแต่งหุ่นเทียนและการเทหล่อโลหะที่ทำให้เกิดร่องรอยของโลหะที่ขาดและเกินแตกต่างกันไปบ้าง เพราะพระพิมพ์นี้ใช้วิธีหล่อแบบเบ้าทุบติดช่อหล่อทีละองค์ จึงมีความละเอียดกว่าแบบการหล่อเบ้าหกพิมพ์ประกบของพระพิมพ์ขี้ตา พระพิมพ์นิยม จึงมีความเรียบร้อยสวยงามไม่มีตะเข็บข้างให้เห็นตำหนิจุดเป็นจุดตาย ( จุดเป็นคือตำหนิที่ควรจะมี ซึ่งบางองค์อาจไม่มีก็ได้ ส่วนจุดตายคือจุดสังเกตสำคัญที่ต้องมีหากไม่มีจะเป็นพระดูยาก ) จุดสังเกตด้านพิมพ์ทรงสำคัญทั้งพิมพ์นิยมและพิมพ์ขี้ตามีตั้งแต่บริเวณ ศรีษะ หน้าผาก คิ้ว ตา จมูก คางหัวไหล่ หน้าอก แขน ขา และตามจีบริ้วจีวรในองค์พระ แต่จุดที่สำคัญกว่า&#8230;. ที่จะขอนำมาบอกกล่าวนั้น ไม่ใช่ตำหนิพิมพ์ทรงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของแร่ธาตุสำคัญบางอย่างที่อยู่ในกระแสโลหะผสมในพระรูปหล่อ หลวงพ่อเงินที่ยังไม่มีใครเลียนแบบได้ เป็นจุดตายยากต่อการปลอมแปลง นักสะสมระดับแนวหน้าทั้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร และในวงการบางท่านเก็บเป็นความลับเฉพาะตัวใช้เป็นหลักในการพิจารณาพระ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><img src="../New%20Folder/1.jpg" alt="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/New%20Folder/1.jpg" width="258" height="369" /></h1>
<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">จุดสังเกตสำคัญในพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน</span></h1>
<p>พระเครื่องรูปหล่อ<span style="color: #333399;"><strong>หลวงพ่อเงิน</strong></span>วัดบางคลานขนาด พิมพ์หัวหลิม บางท่านแบ่งเป็นพิมพ์ชายติดกับพิมพ์ชายห่าง โดยสังเกตจากชายจีวรในองค์พระและอาจจะมีการแบ่งเป็นพิมพ์อื่น ๆ อีก ซึ่งจะขอยกไว้ไม่นำมากล่าวในที่นี้ แต่ขอจำเฉพาะลายระเอียดสำคัญที่พระหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมควรจะมีเหมือน ๆ กัน รวมทั้งข้อสังเกตสำคัญในเนื้อหาหรือกระแสโลหะผสมที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญหลัก หรือ จุดตายในการพิจารณา</p>
<p>จะขอกล่าวถึงตำหนิจุดเป็นจุดตายที่ใช้พิจารณาพระพิมพ์นิยม เคยมีผู้ชี้ตำหนิไว้มากกว่า 20 จุด แต่เนื่องจากต้นแบบหรือการปั่นหุ่นแกะหุ่นนั้นกระทำโดยคนๆ เดียว (คุณยายวัน สุทัศน์ ณ อยุธยา ช่างปั่นหุ่น)<br />
รายละเอียดพิมพ์ทรงโดยรวมจึงเหมือนหรือคล้ายกันแตกต่างกันก็แต่รายละเอียด อันอาจจะเกิดจากการแต่งหุ่นเทียนและการเทหล่อโลหะที่ทำให้เกิดร่องรอยของโลหะที่ขาดและเกินแตกต่างกันไปบ้าง เพราะพระพิมพ์นี้ใช้วิธีหล่อแบบเบ้าทุบติดช่อหล่อทีละองค์ จึงมีความละเอียดกว่าแบบการหล่อเบ้าหกพิมพ์ประกบของพระพิมพ์ขี้ตา พระพิมพ์นิยม จึงมีความเรียบร้อยสวยงามไม่มีตะเข็บข้างให้เห็นตำหนิจุดเป็นจุดตาย ( จุดเป็นคือตำหนิที่ควรจะมี ซึ่งบางองค์อาจไม่มีก็ได้ ส่วนจุดตายคือจุดสังเกตสำคัญที่ต้องมีหากไม่มีจะเป็นพระดูยาก ) จุดสังเกตด้านพิมพ์ทรงสำคัญทั้งพิมพ์นิยมและพิมพ์ขี้ตามีตั้งแต่บริเวณ ศรีษะ หน้าผาก คิ้ว ตา จมูก คางหัวไหล่ หน้าอก แขน ขา และตามจีบริ้วจีวรในองค์พระ</p>
<p><img title="More..." src="../wp-includes/js/tinymce/plugins/wordpress/img/trans.gif" alt="" /></p>
<p><span id="more-27"></span></p>
<p>แต่จุดที่สำคัญกว่า&#8230;. ที่จะขอนำมาบอกกล่าวนั้น ไม่ใช่ตำหนิพิมพ์ทรงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของแร่ธาตุสำคัญบางอย่างที่อยู่ในกระแสโลหะผสมในพระรูปหล่อ หลวงพ่อเงินที่ยังไม่มีใครเลียนแบบได้ เป็นจุดตายยากต่อการปลอมแปลง นักสะสมระดับแนวหน้าทั้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร และในวงการบางท่านเก็บเป็นความลับเฉพาะตัวใช้เป็นหลักในการพิจารณาพระ เครื่องหลวงพ่อเงินมานานแล้ว นั่นคือนอกจากกระแสโลหะผสมหลายอย่างทำให้ผสมกลมกลืนแตกต่างจากพระทองเหลือง ทั่วไป สนิมของพระหลวงพ่อเงินส่วนหนึ่งจึงออกน้ำตาล กระแสแบบทองดอกบวบ เพราะมีส่วนผสมของทองคำแน่นอนประการสำคัญในกระแสโลหะผสมนี้เชื่อกันว่ามีแร่ ธาตุศักดิ์สิทธิ์ ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพระเครื่องเมืองพิจิตรผสมอยู่อาจเป็นแร่เหล็ก น้ำพี้ หรือผงแร่เหล็กไหลก็อาจเป็นไปได้</p>
<p>ร่องรอยแร่ธาตุศักดิ์สิทธิ์นี้ เมื่อนำพระหลวงพ่อเงินแท้ ๆ มาส่องดูอย่างละเอียด ส่วนใหญ่จะพบว่ามีอยู่ตามผิวจริงไม่มากก็น้อย นักสะสมพระหล่อโบราณบางท่านแสดงทัศนะว่าอาจเป็นคราบเศษเบ้าดินที่หลุดออกจาก ดินนวลหุ้มหุ่นเทียนเข้าไปในเนื้อพระ แต่คนพิจิตรส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นแร่ศักดิสิทธิ์ที่ผสมลงไปไม่ใช่คราบเศษเบ้า ดินเพราะมีขนาดสันฐานแตกต่างกันไป ที่พบเห็นเป็นสีเทาปนน้ำตาลเข้มคล้ายแร่เหล็กมีความแข็งในตัวและทนไฟ</p>
<p>นี่คือจุดสังเกตสำคัญอีกจะหนึ่งในพระรูปหล่อหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน ซึ่งแม้จะไม่ใช้ข้อยุติเด็ดขาดแต่หวังว่าท่านผู้อ่านและผู้สนใจทั่วไปจะใช้ เป็นข้อมูลในการต่อยอดองค์ความรู้ในการศึกษาพระเครื่องหลวงพ่อเงินต่อไปไม่ มากก็น้อย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รูปเหมือนหลวงพ่อเงินว่าด้วยน้ำหนักตำรับชาวพิจิตร</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:54:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[รูปเหมือนหลวงพ่อเงินว่าด้วยน้ำหนักตำรับชาวพิจิตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[รูปเหมือนหลวงพ่อเงินว่าด้วยน้ำหนักตำรับชาวพิจิตร ก่อนอื่นใดต้องแสดงความเข้าใจก่อนว่า คำนิยาม รูปหล่อหลวงพ่อเงิน “พิมพ์นิยม” และ “พิมพ์ขี้ตา” นี้ไม่ใช่คำที่ชาวพิจิตรเขาเรียก คำสองคำนี้เพิ่งมาเกิดเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง แต่เดิมคนพิจิตรเขาเรียกพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน ตามน้ำหนัก และ สันฐานขององค์พระโดยแบ่งเป็นสองประเภทคือ 1. แบบแบน (จอบเล็ก –จอบใหญ่) 2. แบกกลม (พิมพ์นิยม – พิมพ์ขี้ตา) แบบแบน ก็คือพระเครื่องหลวงพ่อเงินพิมพ์ จอบเล็ก และจอบใหญ่ เชื่อกันว่าพิมพ์จอบเล็กสร้างก่อนพิมพ์อื่น ๆ ทั้งหมดโดยช่างฝีมือชาวบ้าน และเป็นต้นแบบใหนการจัดสร้างเป็นทางการในเวลาต่อมา แบบกลม ก็คือพระเครื่องหลวงพ่อเงินรูปหล่อ หรือรูปเหมือนของท่านแบบลอยองค์ พิมพ์นิยม และพิมพ์ขี้ตา นอกจากนี้ชาวพิจิตรเขายังประมาณน้ำหนักของพระเอาไว้กับการเรียกขานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระรูปเหมือนหล่อโบราณที่เรียกว่าแบบกลมนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ขนาดคือ ขนาดน้ำหนักหกสลึง และแบบขนาดน้ำหนักหนึ่งบาท ( เป็นเพียงค่าน้ำหนักประมาณการมิใช่น้ำหนักแท้จริงของพระ ) 1. พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์ขี้ตา พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์ขี้ตา แต่ก่อนเขานิยมเรียกกันว่า แบบกลมหกสลึง (คำว่า “ขี้ตา” เพิ่งจะมาเรียกไม่กี่สิบปีนี้เอง) สมัยก่อนใครมีหลวงพ่อเงินก็จะนำมาอวดกันคุยกันถามว่า แบบ กลม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">รูปเหมือนหลวงพ่อเงินว่าด้วยน้ำหนักตำรับชาวพิจิตร</span></h1>
<p>ก่อนอื่นใดต้องแสดงความเข้าใจก่อนว่า คำนิยาม รูปหล่อ<a title="หลวงพ่อเงิน" href="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com"><strong>หลวงพ่อเงิน</strong></a> “พิมพ์นิยม” และ “พิมพ์ขี้ตา”<br />
นี้ไม่ใช่คำที่ชาวพิจิตรเขาเรียก คำสองคำนี้เพิ่งมาเกิดเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง แต่เดิมคนพิจิตรเขาเรียกพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน<br />
ตามน้ำหนัก และ สันฐานขององค์พระโดยแบ่งเป็นสองประเภทคือ<br />
<strong><br />
<span style="color: #333399;">1. แบบแบน (จอบเล็ก –จอบใหญ่)<br />
2. แบกกลม (พิมพ์นิยม – พิมพ์ขี้ตา)</span></strong></p>
<p><span style="color: #333399;"><strong><br />
แบบแบน</strong></span> ก็คือพระเครื่อง<strong>หลวงพ่อเงิน</strong>พิมพ์ จอบเล็ก และจอบใหญ่ เชื่อกันว่าพิมพ์จอบเล็กสร้างก่อนพิมพ์อื่น ๆ<br />
ทั้งหมดโดยช่างฝีมือชาวบ้าน และเป็นต้นแบบใหนการจัดสร้างเป็นทางการในเวลาต่อมา</p>
<p><span style="color: #333399;"><strong>แบบกลม</strong></span> ก็คือพระเครื่องหลวงพ่อเงินรูปหล่อ หรือรูปเหมือนของท่านแบบลอยองค์ พิมพ์นิยม และพิมพ์ขี้ตา</p>
<p>นอกจากนี้ชาวพิจิตรเขายังประมาณน้ำหนักของพระเอาไว้กับการเรียกขานด้วย<br />
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระรูปเหมือนหล่อโบราณที่เรียกว่าแบบกลมนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ขนาดคือ ขนาดน้ำหนักหกสลึง<br />
และแบบขนาดน้ำหนักหนึ่งบาท ( เป็นเพียงค่าน้ำหนักประมาณการมิใช่น้ำหนักแท้จริงของพระ )</p>
<p><span id="more-25"></span></p>
<p><span style="color: #333399;"><strong>1. พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์ขี้ตา</strong></span> พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์ขี้ตา แต่ก่อนเขานิยมเรียกกันว่า แบบกลมหกสลึง<br />
(คำว่า “ขี้ตา” เพิ่งจะมาเรียกไม่กี่สิบปีนี้เอง) สมัยก่อนใครมีหลวงพ่อเงินก็จะนำมาอวดกันคุยกันถามว่า แบบ กลม หรือ<br />
แบบแบน<br />
คำว่าพิมพ์ขี้ตานี้เพิ่งจะมานิยามกันตามลักษณะของพระที่มีเม็ดโลหะเป็นติ่งเล็กอยู่ตรงหัวตาซ้ายย้อยลงมาข้างล่าง<br />
ก็เลยเรียก พิมพ์ขี้ตาตามสภาพที่เห็น แบบกลมพิมพ์ขี้ตา เท่าที่พบมามีขนาดหกสลึงเท่านั้นยังไมพบขนาดหนึ่งบาท<br />
พิมพ์ขี้ตา สร้องก่อนพิมพ์นิยมประมาณว่ามีอยู่ไม่เกิน 2 พันองค์ และแยกออกเป็นหลายพิมพ์เช่น แบ่งเป็นพิมพ์ 3 ชาย 4 ชาย 5 ชาย โดยสักเกตุจากริ้วจีวร เป็นงานช่างฝีมือชาวบ้านจึงมีความงดงามเรียบร้อยสู้พิมพ์นิยมไม่ได้ หลวงพ่อเงินพิมพ์นี้เทหล่อแบบวิธีแม่พิมพ์ประกบหรือเทแบบเบ้าหก พระพิมพ์ขี้ตาจึงมีเนื้อเกินมาก และมีตะเข็บข้างทุกองค์</p>
<p><strong><span style="color: #333399;">2. พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยม</span></strong> ชาวพิจิตรรู่นเก่าก่อน เรียกพระรูปหล่อพิมพ์นิยมนี้ว่า “แบบหกสลึง” ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่พบเห็นกันอยู่ในขณะนี้ &#8230;.แต่จะเชื่อหรือไม่ว่า&#8230; คนพิจิตรเขายืนยันว่า แบบพิมพ์นิยมนี้มี 2 ขนาด คือแบบน้ำหนัก 1 บาท และ น้ำหนัก 6 สลึง นั้นก็คือแบบ พิมพ์นิยมที่สะสมเช่าหากันอยู่เวลานี้นั้นเอง</p>
<p>สำหรับพระเครื่องหลวงพ่อเงินน้ำหนัก 1 บาท แท้จริงแล้วก็คือพระรูปหล่อหลวพ่อเงินที่หลวงพ่อเงินอนญาติให้จัดสร้างเพื่อ หาทุนทรัพย์สร้างพระอุโบสถวัดห้วยเขน นั้นเอง (วัดห้วยเขนเป็นวัดในอุปถัมภ์ของหลวงพ่อเงินอีกวัดหนึ่ง) โดยผู้ที่ทำบุญสร้างพระอุโบสถวัดห้วยเขนจำนวน 1 บาท จะได้พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงินหนึ่งองค์ หรือ จะเลือกภาพถ่ายบูชาขนาดประมาณห้านิ้วอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ โดยพระพลวงพ่อเงินน้ำหนักหนึ่งบาทนี้มีขนาดเล็กกว่าพิมพ์นิยมขนาดหกสลึงเล็ก น้อย แต่มีรายละเอียดพิมพ์ทรงคล้ายกันมาก แต่..โปรดทราบและสังเกตุให้ดีว่า พระห้วยเขนพิมพ์นิยม หรือ หลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมน้ำหนักหนึ่งบาทนี้เป็นพิมพ์ที่ไม่มีรอบตะไบบั้งแขน ไม่มีโค้ดลับ หรืออักขระใด ๆ กำกับทั้งสิ้น ถ้าท่านพบว่ามีรอยตะไปหรือ มีโค้ดลับอะไร อักขระใด ๆ ในองค์พระแล้ว ให้เข้าใจได้เลยว่าเป็นพระหลวงพ่อเงินห้วยเขนรุ่นอื่นไม่ใช่รุ่นน้ำหนัก หนึ่งบาทที่กำลังกล่าวถึง รูปหล่อพิมพ์นิยมน้ำหนักหกสลึง เป็นพระเครื่องที่หลวงพ่อเงินอนุญาตให้คณะศิษย์จัดสร้างอย่างเป็นทางการในรา ปี พ.ศ.2448-2452 ซึ่งท่านมีอายุกว่า 90 ปีแล้ว การจัดสร้างครั้งนี้มีพระเครื่องทั้งหมด 3 พิมพ์คือ</p>
<p>1. รูปหล่อลอยองค์น้ำหนึกหกสลึง (พิมพ์นิยม)<br />
2. เหรียญจอบใหญ่ (ไข่ปลาหรือข้างเม็ด)<br />
3. เหรียญหล่อจอบเล็ก</p>
<p>โดยช่างจากบ้านช่างหล่อเป็นผู้ดำเนินการ จากข้อมูลเชิงลึกที่มีผู้ค้นคว้าและได้รับการเปิดเผย ออกมาเมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีมาแล้วว่าผู้ปั้นหุ่นหลวงพ่อเงินเป็นช่างฝีมือ สตรีระดับแนวหน้าของยุคนั้น ชื่อ วัน สุทัสน์ ณ อยุธยา “คุณยายวัน” หรือ “คุณย่าวัน” นั้นมีลูกหลานมากมายหลายคนที่ได้รับการถ่ายทอดบอกเล่าถึงประวัติการสร้าง พลวงพ่อเงิน และยังได้รับพระหลวงพ่อเงินตกทอดมาอีกด้วย</p>
<p>นอกจากลูกหลานของท่านจะยืนยันว่าคุณยายวัน สุทัศน์ ณ อยุธยา เป็นช่างปั้นหุ่นหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยม และแบบจอบใหญ่จอบเล็กแล้ว ยังยืนยันว่ามิได้มีเฉพาะเนื้อทองเหลืองหรือทองผสมเท่านั้น ยังมีเนี้อเงินอีกด้วย เกี่ยวกับโลหะที่นำมาใช้สร้างพระหลวงพ่อเงินคนพิจิตรทราบมานานว่านอกจาก เนื้อเงินแล้วยังมีเนื้อทองคำ นาค แต่ไม่มาก พิจิตรยุคก่อนโน้นเป็นเมืองแห่งโรงสีไฟหรือโรงสีข้าว พ่อค้าคหบดีร่ำรวยมีมากล้วนเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อ ในเมื่อนำเงินมาสร้างได้แล้วทองคำกับนากจะไปยากอะไร เพียงแต่ขอสร้างกันเป็นส่วนตัว อย่าลืมว่าแม้ตะกรุดหลวงพ่อก็อนุญาตให้ใช้ทองคำสร้างมาแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กหรือพิมพ์จอบเล็ก</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:50:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กหรือพิมพ์จอบเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์กลางหรือพิมพ์จอบใหญ่ข้างเม็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=21</guid>
		<description><![CDATA[หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กหรือพิมพ์จอบเล็ก หลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กหรือวงการพระเครื่อง เรียกว่าพิมพ์จอบเล็กนี้มีปลอมกันมากที่สุด ส่วนใหญ่นำไปถอดพิมพ์เลียนแบบกันจึงทำให้พระออกใหม่มีขนาดเล็กกว่าองค์เดิม ไปเล็กน้อย และที่ปฏิบัติกันมากก็โดยถอดพิมพ์แล้วนำไปฉีดผลิตออกมาเป็นอุตสาหกรรม พระทำเทียมเหล่านี้ถ้ามีของจริงเปรียบเทียบจะเห็นความแตกต่างได้โดยง่าย พระ พิมพ์นี้ทำปลอมกันมาก ที่ผลิตปลอมอย่างมีฝีมือก็ทำได้ดีมากเสียด้วย ดูแทบไม่ออก บรรดาเซียนก็เคยถูกทุบกันเป็นแถวถ้าผลีผลามรีบซื้อจนเกินไป ผิวพระมันฟ้อง คือเนื้อพรูสดและตึงเกินไปนั่นเอง ที่เนื้อผิวสดนี้ ความจริงอธิบายได้ยาก เหมือนกับคำว่า พระเนื้อนุ่ม ถ้าคนไม่เป็นจะไม่เข้าใจ ถ้าเป็นแล้วจะเข้าใจทันทีว่าหมายความว่าอะไร เดิมการปลอมพระหลวงพ่อเงินพิมพ์จอบเล็กนี้กระทำโดยการฉีดโลหะด้วยเครื่องทัน สมัย พระที่ผลิตออกมาจึงเหมือน ๆ กันทุกองค์ ต่อมาคนชักจะรู้แล้ว ก็มีการผลิตโดยกรรมวิธีโบราณเลียนแบบการสร้างแบบเก่า ทำกันทีละองค์ อันนี้แหละที่เรียกว่าแสบ พระพิมพ์เล็กหรือพิมพ์จอบเล็กนี้ เดิมเขาจะทำแม่พิมพ์เป็นตะกั่วแข็ง แต่นายช่างหลายท่านบอกว่าอาจเป็นหินอ่อนก็ได้ เขาจะแกะเป็นรูปเนกาทีฟ คือ พอเทขี้ผึ้งลงไปในแบบเมื่อถอดออกมาจะได้รูปหุ่นขี้ผึ้งเหมือนรูปเหรียญ แม่พิมพ์จะเป็นแท่งยาว มีแท่งขี้ผึ้งที่จะใช้ขดเป็นห่วงของเหรียญเหยียดตรงขึ้นไปข้างบน และที่ฐานเหรียญจะมีเดือยเพื่อให้โลหะเดินเข้าเบ้าได้โดยสะดวกตอนเทโลหะเข้า เบ้า เมื่อนำขี้ผึ่งที่หลอมเหลวเทลงในแม่พิมพ์แล้วก็จะใช้ไม้กลมบดทับเป็นการ รีดขี้ผึ้งที่เกินความต้องการออกจากแม่พิมพ์ แต่จะไม่กดรีดจนแรงมากเกินไปจนขี้ผึ้งในแม่พิมพ์ไม่มีขอบ จากนั้นก็จะนำแม่พิมพ์ลงแช่น้ำ เมื่อขี้ผึ้งแข็งตัวก็ค่อย ๆ ใช้ของมีคมบาง ๆ แซะขอบขี้ผึ้งรอบ ๆ แม่พิมพ์ให้เผยอขึ้นทั้ง 2 ด้าน แล้วจับยกหุ่นขี้ผึ่งขึ้นขากแม่พิมพ์ ซึ่งการทำแบบนี้หุ่นขี้ผึ้งจะไม่มีตำหนิเป็นรอย ตำหนิที่เกิดขึ้นบริเวณอกสังฆาฎิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กหรือพิมพ์จอบเล็ก</span></h1>
<p><a title="หลวงพ่อเงิน" href="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com"><strong>หลวงพ่อเงิน</strong></a>พิมพ์เล็กหรือวงการพระเครื่อง เรียกว่าพิมพ์จอบเล็กนี้มีปลอมกันมากที่สุด ส่วนใหญ่นำไปถอดพิมพ์เลียนแบบกันจึงทำให้พระออกใหม่มีขนาดเล็กกว่าองค์เดิม ไปเล็กน้อย และที่ปฏิบัติกันมากก็โดยถอดพิมพ์แล้วนำไปฉีดผลิตออกมาเป็นอุตสาหกรรม พระทำเทียมเหล่านี้ถ้ามีของจริงเปรียบเทียบจะเห็นความแตกต่างได้โดยง่าย</p>
<p>พระ พิมพ์นี้ทำปลอมกันมาก ที่ผลิตปลอมอย่างมีฝีมือก็ทำได้ดีมากเสียด้วย ดูแทบไม่ออก บรรดาเซียนก็เคยถูกทุบกันเป็นแถวถ้าผลีผลามรีบซื้อจนเกินไป ผิวพระมันฟ้อง คือเนื้อพรูสดและตึงเกินไปนั่นเอง</p>
<p>ที่เนื้อผิวสดนี้ ความจริงอธิบายได้ยาก เหมือนกับคำว่า พระเนื้อนุ่ม ถ้าคนไม่เป็นจะไม่เข้าใจ ถ้าเป็นแล้วจะเข้าใจทันทีว่าหมายความว่าอะไร เดิมการปลอม<strong>พระหลวงพ่อเงิน</strong>พิมพ์จอบเล็กนี้กระทำโดยการฉีดโลหะด้วยเครื่องทัน สมัย พระที่ผลิตออกมาจึงเหมือน ๆ กันทุกองค์ ต่อมาคนชักจะรู้แล้ว ก็มีการผลิตโดยกรรมวิธีโบราณเลียนแบบการสร้างแบบเก่า ทำกันทีละองค์ อันนี้แหละที่เรียกว่าแสบ</p>
<p><span id="more-21"></span></p>
<p>พระพิมพ์เล็กหรือพิมพ์จอบเล็กนี้ เดิมเขาจะทำแม่พิมพ์เป็นตะกั่วแข็ง แต่นายช่างหลายท่านบอกว่าอาจเป็นหินอ่อนก็ได้ เขาจะแกะเป็นรูปเนกาทีฟ คือ พอเทขี้ผึ้งลงไปในแบบเมื่อถอดออกมาจะได้รูปหุ่นขี้ผึ้งเหมือนรูปเหรียญ แม่พิมพ์จะเป็นแท่งยาว มีแท่งขี้ผึ้งที่จะใช้ขดเป็นห่วงของเหรียญเหยียดตรงขึ้นไปข้างบน และที่ฐานเหรียญจะมีเดือยเพื่อให้โลหะเดินเข้าเบ้าได้โดยสะดวกตอนเทโลหะเข้า เบ้า</p>
<p>เมื่อนำขี้ผึ่งที่หลอมเหลวเทลงในแม่พิมพ์แล้วก็จะใช้ไม้กลมบดทับเป็นการ รีดขี้ผึ้งที่เกินความต้องการออกจากแม่พิมพ์ แต่จะไม่กดรีดจนแรงมากเกินไปจนขี้ผึ้งในแม่พิมพ์ไม่มีขอบ จากนั้นก็จะนำแม่พิมพ์ลงแช่น้ำ เมื่อขี้ผึ้งแข็งตัวก็ค่อย ๆ ใช้ของมีคมบาง ๆ แซะขอบขี้ผึ้งรอบ ๆ แม่พิมพ์ให้เผยอขึ้นทั้ง 2 ด้าน แล้วจับยกหุ่นขี้ผึ่งขึ้นขากแม่พิมพ์ ซึ่งการทำแบบนี้หุ่นขี้ผึ้งจะไม่มีตำหนิเป็นรอย ตำหนิที่เกิดขึ้นบริเวณอกสังฆาฎิ หรือเศียรด้านบนจะเกิดจากรอยไม้ตอนคว่ำหน้าหุ่นเทียน เพื่อม้วนทำหูห่วง ใบหน้าจะอยู่ระหว่างร่องไม้ 2 อัน รอยบุบจะเกิดขึ้นได้หลายแบบ หลายทิศทาง สิ่งเหล่านี้คือจุดสักเกตอีกประการหนึ่งในการพิจารณาขอแท้</p>
<p>เหรียญทำเทียมโดยส่วนมากจะมีขนาดย่อมกว่าของจริงเล็กน้อย แม้ขณะนี้จะมีผู้สามารถทำเลียนแบบได้เท่าของเดิม แต่คราบสนิมเทียมและเนื้อดูสดมาก ไม่กินตา และที่เห็นอยู่บ่อย ๆ ก็คือ การถอดพิมพ์เหรียญพิมพ์ขาเชื่อมหูร่อง แต่ผู้ทำก็พยายามแต่งพิมพ์จนเป็นพิรุธให้จับได้เพราะเท่าที่เห็นเป็นเหรียญ หูร่องขาไม่เชื่อม ซึ่งผิดความจริง ผู้ไม่สัดทัดต้องระวังของเทียมพิมพ์นี้ให้ดี</p>
<p>รอยงัด ถ้าหากขี้ผึ้งไม่มีขอบล้นออกมาก็จะต้องใช้ของมีคม หรือของแหลมงัดออกมาทำให้มีตำหนิได้ เมื่อยกหุ่นขี้ผึ้งออกมาแล้วก็หงายหุ่นขึ้น ให้หน้าองค์พระอยู่ด้านบน วางลงกับพื้นแล้วค่อย ๆ ใช้ของมีคมตัวขอบหุนขี้ผึ้งออกเพราะไม่มีความจำเป็นต่อไปอีกแล้ว ก็จะได้หุ่นขี้ผึ้งที่สมบูรณ์ไม่มีรอยถูกงัดให้เป็นตำหนิ</p>
<p>เมื่อเทขี้ผึ้งองค์ต่อไปก็จะใช้ปลายไม้ซึ่งเรียกว่าไม้สะเหนียด ซึ่งกลมเรียวแหลม เป็นเครื่องมือในการพับหูโดยนำก้านหุ่นหูเหรียญอังไฟจนอ่อนตัวแล้วพันปลาย ไม้สะเหนียด 1 รอบ จากนั้นก็ตัดก้านหุ่นหูส่วนที่ยาวเกินไปออกประมาณให้พอดี แล้วจึงใช้เกียงขนาดเล็กมากซึ่งอังไฟจนร้อน แล้วจี้ที่ปลายก้านหุ่นหูเหรียญจนละลาย และจะรีบกดปลายหุ่นหูเหรียญเข้าแนบกับยอดเหรียญ ด้านหลังก่อนที่ขี้ผึ้งที่ละลายจะแข็งตัว ปลายก้านหุ่นหูเหรียญก็จะละลายก็จะละลายเชื่อมเข้าติดกับหลังเหรียญแนบสนิท เป็นเนื้อเดียวกัน และส่วนขี้ผึ้งที่ละลายล้นขอบหุ่นหูเหรียญก็จะมีลักษณะเป็นปากปลิงเกาะติด อยู่</p>
<p>ไม่เสนียดมีความใหญ่เล็กไม่เท่ากันตลอด ถ้านายช่างเขาพันที่ตรงโคน หูเหรียญก็จะใหญ่ ถ้าพันกันตรงปลายไม้หูเหรียญก็จะเล็ก และที่มีผู้เชี่ยวชาญบางท่านได้ตำหนิเหรียญหล่อพิมพ์จอบเล็กนี่ว่า ภายในห่วงด้านในจะต้องมีร่องเล็ก ๆ เป็นตำหนิลับเพื่อพิจารณาว่าเป็นเหรียญแท้นั้นก็ขอได้อย่าไปเชื่อมากนัก เพราะรอยจะเกิดขึ้นไม่ได้ในการสร้างแบบนี้ รอยนั้นจะเกิดได้ก็ตรงที่นายช่างหมุนไม้เสนียดให้หลุดออกจากหูของหุ่นขี้ ผึ้งเท่านั้น ตอนหมุนนั้นขี้ผึ้งยังไม่แข็งตัวดีก็อาจเกิดรอยครูดได้ หาใช่ตำหนิลับของพระพิมพ์นี้แต่อย่างใด</p>
<p>ตอนที่นายช่างพันหูของเหรียญทบกับไปด้านหลังนี่แหละจะทำให้เกิดรอยตำหนิ ด้านหน้า เพราะช่างไม่ได้ถือหุ่นขี้ผึ้งยกขึ้นตลอด แต่จะหาไม้ 2 อันเล็ก ๆ วางให้ห่างกันประมาณครึ่งเซนติเมตรแล้วเอาหุ่นขี้ผึ้งวางคว่ำลงไปเพื่อจะ เชื่อมหูหุ่นด้านหลังตามกรรมวิธีข้างต้น ก็ตอนกดหูขี้ผึ่งที่ละลายอยู่นี่แหละเข้ากับด้านหลังเหรียญส่วนยอด ก็จะทำให้หน้าพระด้านล่างกดกับไม่รองบุบได้<br />
การเกิดรอยบุบนี้เกิดได้หลายแห่ง หลายลักษณะ บางครั้งเกิดขึ้นที่ขอบเหรียญด้านบน บางครั้งเกิดที่ศรีษะด้านซ้ายบ้าง ด้านขวาบ้าง นายช่างผู้พับหูหุ่นก็จะพยายามวางหน้าหุ่นให้เข้าไประหว่างร่องพอดีเพื่อไม่ ให้หน้าบุบ หรือจมูกบุบ แต่ก็ไม่พ้นรอยบุบไปได้ เหรียญบางเหรียญจะมีรอบบุบทั้งที่บริเวณศีรษะและอกแถว ๆ สังฆาฎิ บางองค์วางคว่ำไม่ดีจะเป็นรอยบุบที่คาง หรือแถว ๆ อกนี้จะเกิดจากรอยไม้อันล่าง ส่วนรอยไม้อันก็จะปรากฏที่ศรีษะ หรือขอบด้านโคนห่วง เหรียญบางเหรียญจะประกฎรอยเดียวก็มี บางเหรียญจะประกฎ 2 รอย ทั้งบนและล่างก็มี บางเหรียญอาจไม่มีลอยเลยก็มี บางองค์นายช่างจับหุ่นขี้ผึ้งแรงไปหน่อยอาจทำให้แขนหรือขา แม้กระทั่งหัวเข่าบุบไปก็มี รอยบุบนี้หาที่ยุติแน่นอนตายตัวไม่ได้ แต่สิ่งนี้แหละที่ไปเกี่ยวข้องกับเหรียญปลอมที่ถอดพิมพ์ออกไปใช้เครื่องฉีด โลหะเข้าไปในเบ้า รอยบุบจะปรากฏเหมือนกัน และอยู่ที่เดียวกันทุกเหรียญ อันนี้เห็นได้ตัดสินใจง่าย ๆ ว่าเป็นของเทียม</p>
<p>รอยบุบที่ปรากฏขึ้นมิใช่จุดลับที่ทุกเหรียญต้องมี แต่ส่วนมากมักจะมีเพราะสาเหตุเกิดจากการพับห่วงของหุ่นขี้ผึ้งดังกล่าวข้าง ต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์กลางหรือพิมพ์จอบใหญ่ข้างเม็ด</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:44:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์กลางหรือพิมพ์จอบใหญ่ข้างเม็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์กลางหรือพิมพ์จอบใหญ่ข้างเม็ด ความจริงหลวงพ่อเงินพิมพ์นี้พิจารณาง่ายสุดเพราะถือ ว่ามีบล็อกเดียว เอกลักษณ์ที่ปรากฏในพิมพ์มีเหมือน ๆ กันทุกองค์ ต่อมฟองอากาศจะปรากฏได้ทุกแห่งบนองค์พระ บางครั้งจะปรากฏที่ขอบ บางครั้งก็ที่ซอกคอและซอกแขน หาที่ยุติไม่ได้ ที่เขาพิจารณากันมากและถือว่าเป็นตำหนิที่ควรพิจารณาคือ รอยบล็อกแตกที่ฐานระหว่างขอบเหรียญมาถึงข้อเท้าที่ขัดสมาธิด้านล่างและ รอยบล๊อคเป็นเส้นนูนข้างเม็ดไข่ปลาตรงไหล่ซ้ายขององค์พระพอดี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์กลางหรือพิมพ์จอบใหญ่ข้างเม็ด</span></h1>
<p>ความจริง<a title="หลวงพ่อเงิน" href="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com"><strong>หลวงพ่อเงิน</strong></a>พิมพ์นี้พิจารณาง่ายสุดเพราะถือ ว่ามีบล็อกเดียว เอกลักษณ์ที่ปรากฏในพิมพ์มีเหมือน ๆ กันทุกองค์ ต่อมฟองอากาศจะปรากฏได้ทุกแห่งบนองค์พระ บางครั้งจะปรากฏที่ขอบ บางครั้งก็ที่ซอกคอและซอกแขน หาที่ยุติไม่ได้ ที่เขาพิจารณากันมากและถือว่าเป็นตำหนิที่ควรพิจารณาคือ รอยบล็อกแตกที่ฐานระหว่างขอบเหรียญมาถึงข้อเท้าที่ขัดสมาธิด้านล่างและ รอยบล๊อคเป็นเส้นนูนข้างเม็ดไข่ปลาตรงไหล่ซ้ายขององค์พระพอดี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การพอกหุ่นเทียนก่อนการเททอง</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:40:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[การพอกหุ่นเทียนก่อนการเททอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[การพอกหุ่นเทียนก่อนการเททอง หลังจากได้แบบพระตามที่ต้องการแล้ว ก็จะทำบล๊อคแม่แบบขึ้นมาเพื่อจำลองหุ่นเทียนขึ้นตามแม่แบบ หุ่นเทียนนี้ความจริงก็คือหุ่นขี้ผึ้ง ซึ่งในทางปฎิบัติก็มิใช่ขี้ผึ้งบริสุทธิ์แต่อย่างใด นายช่างจะนำเอาชันผสมเข้าไปด้วยเพื่อให้เกิดความเหนียวและความแข้งเมื่อขี้ ผึ้งเย็นตัวลง นาย ช่างจะหล่อขี้ผึ้งจนเหลวแล้วเทเข้าไปในบล็อคเมื่อขี้ผึ้งเย็นตัวก็จะถอด หล๊อคนำหุ่นเทียนออกมาตกแต่งดูความเรียบร้อย การตกแต่งหุ่นเทียนนี้เองที่จะทำให้พระที่หล่อมีลักษณะต่างกันออกไป เมื่อใดหุ่นเทียนที่ต้องการแล้วก็จะติดแท่งเทียนกลมๆเข้าที่ฐานเพื่อทำ เป็นสายชนวนให้ทองที่เทแล่นเข้าสู่หุ่นเทียนได้โดยสะดวก จากนั้นก็นำหุ่นเทียนทั้งหมดมาติดกับแกนชนวนตัวแม่ซึ่งมีความใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อเป็นทางให้น้ำทองแล่นถึงหุ่นพระ เมื่อติดหุ่นพระกับแกนชนวนเรียบร้อยแล้วก็จะนำเอาน้ำมูลโคมาทาพอกหุ่นน้ำมูล โคนี้เขานำมูลโคสดไปละลายน้ำกรองเอาเศษหญ้าที่หยาบ ๆ ออกให้หมด แล้วผสมดินละเอียดเข้าไปอีกเล็กน้อยเพื่อให้นำข้นลักษณะคล้ายขี้โคลน จากนั้นก็จะใช้แปรงอ่อนจุ่มแล้วนำมาทาที่หุ่นเทียน ทาพอกไปหลาย ๆ ครั้งพอทาครั้งแรกแห้งก็ทำซ้ำพอกให้หนาขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อทาจนหนาตามความต้องการแล้ว นายช่างก็จะเริ่มให้ดินผสมทรายหยาบพอกทับไปอีกที จากนั้นก็จะเข้าลวด โดยใช้ลวดพันเขากับหุ่นเทียนทั้งหมดเพื่อไม่ให้หุ่นแตก แล้วก็ทาดินพอกทำลวดอีกที แล้วก็นำไปตากแห้ง เมื่อสำรอกขี้ผึ้งหมดแล้วก็จะต้องสุมหุ่นจนร้อนจัดจนไอขี้ผึ้งในหุ่นหมด จากนั้นจึงจะนำทองที่สุมไฟหลอมจนเหลว และร้อนได้ที่เทลงในหุ่น ทองก็จะแล่นเข้าไปในหุ่นและไหลไปตามแกนชนวนเข้าไปสู่หุ่นองค์พระได้ทุกซอก ทุกมุม ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่า ตอนเททองเข้าไปในหุ่นทำไมจึงไม่เห็นการสำลักของทองเหมือนการเทน้ำเข้าขวด แก้ว นายช่างอธิบายว่า เมื่อเราสุมหุ่นให้ร้อนจัดจนแดงโซนอย่างนั้น อากาศภายในหุ่นจะไม่มี เพราะความร้อนไล่ออกมาหมดก็เลยเหมือนสูญญากาศ พอเราเททองลงไปมันจะดูดน้ำทองให้ไหลเข้าไปสู่ในหุ่นทันทีไม่มีการสำลักน้ำ ทองเหมือนเทน้ำลงขวด พอเททองเสร็จก็จะทิ่งหุ่นไว้ให้เย็นจึงทุบดินหุ่นเอาพระภายในออกมาได้ จากนั้นก็นำมาตัดเดือยชนวนออกแล้วตกแต่งตามความต้องการต่อไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">การพอกหุ่นเทียนก่อนการเททอง</span></h1>
<p>หลังจากได้แบบพระตามที่ต้องการแล้ว ก็จะทำบล๊อคแม่แบบขึ้นมาเพื่อจำลองหุ่นเทียนขึ้นตามแม่แบบ หุ่นเทียนนี้ความจริงก็คือหุ่นขี้ผึ้ง ซึ่งในทางปฎิบัติก็มิใช่ขี้ผึ้งบริสุทธิ์แต่อย่างใด นายช่างจะนำเอาชันผสมเข้าไปด้วยเพื่อให้เกิดความเหนียวและความแข้งเมื่อขี้ ผึ้งเย็นตัวลง</p>
<p>นาย ช่างจะหล่อขี้ผึ้งจนเหลวแล้วเทเข้าไปในบล็อคเมื่อขี้ผึ้งเย็นตัวก็จะถอด หล๊อคนำหุ่นเทียนออกมาตกแต่งดูความเรียบร้อย การตกแต่งหุ่นเทียนนี้เองที่จะทำให้พระที่หล่อมีลักษณะต่างกันออกไป<br />
เมื่อใดหุ่นเทียนที่ต้องการแล้วก็จะติดแท่งเทียนกลมๆเข้าที่ฐานเพื่อทำ เป็นสายชนวนให้ทองที่เทแล่นเข้าสู่หุ่นเทียนได้โดยสะดวก จากนั้นก็นำหุ่นเทียนทั้งหมดมาติดกับแกนชนวนตัวแม่ซึ่งมีความใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อเป็นทางให้น้ำทองแล่นถึงหุ่นพระ เมื่อติดหุ่นพระกับแกนชนวนเรียบร้อยแล้วก็จะนำเอาน้ำมูลโคมาทาพอกหุ่นน้ำมูล โคนี้เขานำมูลโคสดไปละลายน้ำกรองเอาเศษหญ้าที่หยาบ ๆ ออกให้หมด แล้วผสมดินละเอียดเข้าไปอีกเล็กน้อยเพื่อให้นำข้นลักษณะคล้ายขี้โคลน จากนั้นก็จะใช้แปรงอ่อนจุ่มแล้วนำมาทาที่หุ่นเทียน ทาพอกไปหลาย ๆ ครั้งพอทาครั้งแรกแห้งก็ทำซ้ำพอกให้หนาขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อทาจนหนาตามความต้องการแล้ว นายช่างก็จะเริ่มให้ดินผสมทรายหยาบพอกทับไปอีกที จากนั้นก็จะเข้าลวด โดยใช้ลวดพันเขากับหุ่นเทียนทั้งหมดเพื่อไม่ให้หุ่นแตก แล้วก็ทาดินพอกทำลวดอีกที แล้วก็นำไปตากแห้ง</p>
<p><span id="more-16"></span></p>
<p>เมื่อสำรอกขี้ผึ้งหมดแล้วก็จะต้องสุมหุ่นจนร้อนจัดจนไอขี้ผึ้งในหุ่นหมด จากนั้นจึงจะนำทองที่สุมไฟหลอมจนเหลว และร้อนได้ที่เทลงในหุ่น ทองก็จะแล่นเข้าไปในหุ่นและไหลไปตามแกนชนวนเข้าไปสู่หุ่นองค์พระได้ทุกซอก ทุกมุม</p>
<p>ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่า ตอนเททองเข้าไปในหุ่นทำไมจึงไม่เห็นการสำลักของทองเหมือนการเทน้ำเข้าขวด แก้ว นายช่างอธิบายว่า เมื่อเราสุมหุ่นให้ร้อนจัดจนแดงโซนอย่างนั้น อากาศภายในหุ่นจะไม่มี เพราะความร้อนไล่ออกมาหมดก็เลยเหมือนสูญญากาศ พอเราเททองลงไปมันจะดูดน้ำทองให้ไหลเข้าไปสู่ในหุ่นทันทีไม่มีการสำลักน้ำ ทองเหมือนเทน้ำลงขวด พอเททองเสร็จก็จะทิ่งหุ่นไว้ให้เย็นจึงทุบดินหุ่นเอาพระภายในออกมาได้ จากนั้นก็นำมาตัดเดือยชนวนออกแล้วตกแต่งตามความต้องการต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิมพ์หลวงพ่อเงิน</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:35:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[พิมพ์หลวงพ่อเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพ่อเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=12</guid>
		<description><![CDATA[พิมพ์หลวงพ่อเงิน ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะพิมพ์เนื้อทองเหลืองที่วกการนิยมเล่นหากันมากที่สุดเท่านั้นส่วนพระเนี้อดินเผาหรือเนื้อประเภทอื่น ๆ จะไม่นำมากล่าวใน ณ ที่นี้ ตามประวัติเดิมนี้คนในท้องถิ่นเรียกกันอยู่ 3 แบบ คือพิมพ์ใหญ่ ซึ่งหมายถึง พระประเภทรูปหล่อลอยองค์ พระหลวงพ่อเงินพิมพ์กลาง หมายถึง เหรียญหล่อข้างเม็ด ซึ่งในสมัยนี้เรียกว่า เหรียญจอบใหญ่ และพระหลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กซึ่งหมายถึง เหรียญจอบเล็ก 1. พิมพ์ใหญ่ ในปัจจุบันคือ รูปหล่อลอยองค์ แบ่งออกเป็น 2 พิมพ์ บล๊อคขี้ตากับพิมพ์นิยมสำหรับพิมพ์นิยมนี้เป็นที่วิจารณ์กันมากว่ามีกี่พิมพ์กันแน่ ทางภาคเหนือแยกออกเป็น 2 พิมพ์คือ พิมพ์หัวโตและพิมพ์หัวเล็ก เรียกกันในวงการพระว่าพิมพ์เอ กับพิมพ์บี วงการพระเครื่องในกรุงเทพฯ ยอมรับและเช่าหากันแต่พิมพ์เอ เพราะมีรูปทรงสวยงามและราคาแพงส่วนพิมพ์บีหรือเศียรกลมนั้นเช่าหากันในราคาเบากว่า บางท่านก็ว่าพิมพ์นิยมมีพิมพ์เดียวเท่านั้นแต่ที่เศียรกลมมนเพราะการแต่ขี้ผึ้งก่อนการหล่อ การแต่งนั้นอาจเนื่องจากหล่อขี้ผึ้งแล้วถอดจากบล๊อค องค์พระหล่อไม่เต็มดี แหว่งเว้า จึงแต่ใหม่รูปทรงจึงเพี้ยนไปจากเดิม ส่วนพระพิมพ์ขี้ตานั้น วงการยอมรับว่าเป็นพระพิมพ์ต้น ซึ่งหมายถึงมีการสร้างขึ้นก่อนพิมพ์เบ่าทุบ เป็นพิมพ์ที่ยังมิได้ตบแต่งให้สวย หรือพูดง่าย ๆ ว่ายังไม่ได้พัฒนาให้งดงามนั่นเอง พระพิมพ์นี้ดูง่าย เมื่อชี้จุดและตำหนิที่น่าจดจำให้แล้วจะเข้าใจได้โดยง่ายไม่เคลือบคลุมเหมือนพิมพ์เบ่าทุบ ซึ่งมีการแต่งหุ่นเทียนให้สวยก่อนที่จะพอกหุ่น จึงทำให้เค้าหน้า รวมทั้ง ตา จมูก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">พิมพ์หลวงพ่อเงิน</span></h1>
<p>ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะพิมพ์เนื้อทองเหลืองที่วกการนิยมเล่นหากันมากที่สุดเท่านั้นส่วนพระเนี้อดินเผาหรือเนื้อประเภทอื่น ๆ จะไม่นำมากล่าวใน ณ ที่นี้ ตามประวัติเดิมนี้คนในท้องถิ่นเรียกกันอยู่ 3 แบบ คือพิมพ์ใหญ่ ซึ่งหมายถึง พระประเภทรูปหล่อลอยองค์ พระหลวงพ่อเงินพิมพ์กลาง หมายถึง</p>
<p>เหรียญหล่อข้างเม็ด ซึ่งในสมัยนี้เรียกว่า เหรียญจอบใหญ่ และพระหลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กซึ่งหมายถึง <strong>เหรียญจอบเล็ก</strong></p>
<div style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/wp-content/uploads/2010/12/1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-67" title="หลวงพ่อเงิน" src="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/wp-content/uploads/2010/12/1-231x300.jpg" alt="" width="400" height="517" /></a></p>
</div>
<div style="text-align: left;">
<p><strong>1. </strong><strong>พิมพ์ใหญ่ </strong>ในปัจจุบันคือ รูปหล่อลอยองค์ แบ่งออกเป็น 2 พิมพ์ บล๊อคขี้ตากับพิมพ์นิยมสำหรับพิมพ์นิยมนี้เป็นที่วิจารณ์กันมากว่ามีกี่พิมพ์กันแน่ ทางภาคเหนือแยกออกเป็น 2 พิมพ์คือ พิมพ์หัวโตและพิมพ์หัวเล็ก เรียกกันในวงการพระว่าพิมพ์เอ กับพิมพ์บี วงการพระเครื่องในกรุงเทพฯ</p>
</div>
<div style="text-align: left;">
<p>ยอมรับและเช่าหากันแต่พิมพ์เอ เพราะมีรูปทรงสวยงามและราคาแพงส่วนพิมพ์บีหรือเศียรกลมนั้นเช่าหากันในราคาเบากว่า บางท่านก็ว่าพิมพ์นิยมมีพิมพ์เดียวเท่านั้นแต่ที่เศียรกลมมนเพราะการแต่ขี้ผึ้งก่อนการหล่อ การแต่งนั้นอาจเนื่องจากหล่อขี้ผึ้งแล้วถอดจากบล๊อค</p>
<p>องค์พระหล่อไม่เต็มดี แหว่งเว้า จึงแต่ใหม่รูปทรงจึงเพี้ยนไปจากเดิม</p>
</div>
<div style="text-align: left;">
<p>ส่วนพระพิมพ์ขี้ตานั้น วงการยอมรับว่าเป็นพระพิมพ์ต้น ซึ่งหมายถึงมีการสร้างขึ้นก่อนพิมพ์เบ่าทุบ เป็นพิมพ์ที่ยังมิได้ตบแต่งให้สวย หรือพูดง่าย ๆ ว่ายังไม่ได้พัฒนาให้งดงามนั่นเอง พระพิมพ์นี้ดูง่าย เมื่อชี้จุดและตำหนิที่น่าจดจำให้แล้วจะเข้าใจได้โดยง่ายไม่เคลือบคลุมเหมือนพิมพ์เบ่าทุบ</p>
<p>ซึ่งมีการแต่งหุ่นเทียนให้สวยก่อนที่จะพอกหุ่น จึงทำให้เค้าหน้า รวมทั้ง ตา จมูก ปาก แตกต่างกันออกไป บล็อคขี้ตาส่วนมากจะมีเค้าหน้าอย่างเดียวกันทั้งหมดถ้าการเช่าซื้อกระทำอย่างละเอียดรอบคอบ และไม่โลภจะพลาดได้ยาก</p>
</div>
<div style="text-align: left;">
<p>นักพระเครื่องอวุโสเก่า ๆ แนะนำให้หาพระพิมพ์ขี้ตาไว้ใช้ทั้งนั้น คือเป็นพระพิมพ์ตันมีประสบการณ์มามากและที่เห็นด้วยก็คือ เท่าที่ไปเสาะหาประวัติด้านประสบการณ์ของชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นพิมพ์ขี้ตาทั้งนั้น และที่มีหลักฐานยืนยันว่าในยุคก่อนชาวบ้านนิยมพิมพ์นี้ก็คือ ในการเปิดกรุวัดโพธิ์เตี้ย</p>
<p>หรือเรียกกันว่า วัดหลวงพ่อขำนั้นชาวบ้านเล่าให้ฟังว่ามีพระพิมพ์บล๊อคขี้ตาและพิมพ์จอบเล็กปะปนอยู่ด้วยแต่จำนวนไม่มาก</p>
<p>คงจะเป็นสมบัติส่วนตัวของท่านเองแล้วนำมาบรรจุไว้ เพราะหลวงพ่อเงินทุกองค์จึงมีสนิมขุมเป็นสีเขียวจับเต็มไปหมด บางองค์มีทั้งสนิมเขียวและสนิมแดงปรากฎอยู่ซึ่งทำให้พระดูขึ้นมากเรียกว่าเป็นที่ต้องตาต้องใจของนักเลงพระมากที่สุด</p>
</div>
<div style="text-align: left;"><span id="more-12"></span></div>
<div style="text-align: left;">
<p>ส่วนการเปิดกรุเจดีย์ในบริเวณวัด<a title="หลวงพ่อเงิน" href="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com"><strong>หลวงพ่อเงิน</strong></a>นั้น ทราบว่ามีพระรูปหล่อและจอบขึ้นมาด้วยเช่นกันแต่จำนวนเท่าใดนั้นไม่สามารถยืนยันได้ แต่ก็เชื่อว่าพระที่ขึ้นจากสองกรุข้างต้นจะต้องมีคราบสนิมขึ้นหนาอย่างแน่นอน ส่วนที่ไม่ได้บรรจุกรุก็คงจะมีแต่ความเก่าประกฎให้เห็นผิวจะคล้ำ ในซอกลึก ๆ ขององค์พระจะดำแต่ก็มีบางองค์ไม่ได้ถูกใช้หรือเป็นเพราะเก่าเก็บก็จะมีคราบไฟปรากฎให้เห็น เช่นกัน แต่พระสภาพอย่างนี้หาได้ยากมากแล้วในปัจจุบันนี้</p>
</div>
<div style="text-align: center;"><img src="../bg/ka2.jpg" alt="" width="348" height="266" /></div>
<p style="text-align: left;">2. <strong>พิมพ์กลาง</strong> พระพิมพ์กลางนี้ หมายถึง พระหลวงพ่อเงินพิมพ์จอบใหญ่หรือพิมพ์ข้างเม็ด วงการพระเครื่องกล่าวกันว่าพระพิมพ์นี้เป็นพิมพ์สุดท้ายก่อนที่ท่านจะมรณะ ภาพ บางท่านก็ว่าเป็นพิมพ์บ๊วย บางท่านก็ว่าเป็นพิมพ์ล้างหนี้ คือผู้สร้างทำพระรูปหล่อแล้วขาดทุนจึงขอทำพระรุ่นนี้เพื่อจำหน่ายเป็นการชด เชยการขาดทุน หลวงพ่อก็อนุญาต เขาว่ากันมาอย่างนี้ก็นำมาเล่าต่อ จะเป็นความจริงหรือไม่นั้น อย่าให้ยืนยันเลย พระพิมพ์นี้เดิมนักเล่นไม่ค่อยกล้าเช่าซื้อเท่าใดนัก เพราะความไม่แน่ใจเพราะเป็นพิมพ์บ๊วย กลัวผู้สร้างจะสร้างเพิ่มอีกโดยหลวงพ่อไม่ได้ปลุกเสกให้ แต่คงจะกลัวกันไปอย่างนั้นเอง พระสมัยนั้นราคาค่างวดไม่มากมายอะไร คงไม่มีวิธีการสกปรกอย่างนั้นเป็นแน่ คือทำเพิ่มเติมกันเรื่อย ๆ ไม่รู้จักพอต่อมาก็รายการโค่นเซียนขึ้นที่กรุงเทพฯนี่เอง เป็นพระพิมพ์จอบใหญ่ข้างเม็ดออกให้บูชาที่วัดหัวลำโพง บรรดานักเล่นที่หูตาไวก็รีบไปเช่าทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้จักพระหลวงเงินพิมพ์นี้ดี ราคาองค์ละหลายเงินอยู่เหมือนกัน ต่อมาก็รู้ว่าไม่ใช่ของเก่าจริง คือผิดพิมพ์ก็เลยออกตัวกันไป และคนที่ซื้อต่อก็คงจะรู้ตัวแล้วว่าของรุ่นนี้มันทำให้เกิดบาดแผลที่หัวใจ ได้ หนังสือตอนหลัง ๆนิ้มีหลายเล่มที่ชี้ตำหนิของพระพิมพ์นี้ไว้ถ้าเปรียบเทียบเอาเองก็รู้เพราะ หน้าตาก็ผิดกันไกล ของปลอมขาดตำหนิลับไป และดูง่ายเหลือเกิน่ว่าไม่ใช่ของเก่า แต่ในสมัยก่อนก็คงจะดูยากเพราะทุกคนยังไม่สัดทัดกันเท่าใดนักเรื่องตำหนิที่ ควรจะพิจารณา</p>
<p style="text-align: center;"><img src="../bg/123.jpg" alt="" width="475" height="375" /></p>
<p style="text-align: left;">3. <strong>พิมพ์เล็ก</strong> พระพิมพ์นี้หนังสือเกี่ยวกับพระเครื่องหลายเล่มกล่าวไว้ว่า เป็นพิมพ์ต้นสุด คือ มีการสร้างก่อนทุกรุ่น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น สุดที่จะยืนยัน ความจริงแล้ว พระพิมพ์เล็กหรือพิมพ์จอบเล็กนี้สวยงามกระทัดรัด ในความรู้สึกแล้วไม่น่าจะสร้างก่อนพิมพ์ใหญบล๊อคขี้ตาลอยองค์ ซึ่งรุ่นนี้น่าจะเป็นยุคต้นจริง ๆ เพราะการสร้างยังไม่พัฒนาให้สวยงามเท่าใดนัก จะว่าสร้างขึ้นพร้อมๆ กันก็คงจะบอกได้ไม่ถนัด เพราะผู้ออกแบบไม่ใช้คนเดียวกันแน่ ผู้แต่งหุ่นเทียนก็เป็นคนละคน ความประณีตบรรจงก็แตกต่างกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัตถุมงคลยุคแรกของหลวงพ่อเงิน</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:28:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[วัตถุมงคลยุคแรกของหลวงพ่อเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[วัตถุมงคลยุคแรกของหลวงพ่อเงิน ก่อนสร้างพระเครื่องรูปเหมือนอย่างเป็นทางการหลวงพ่อได้เคยสร้างหรือปลุกเสกพระเครื่องและวัตถุมงคลอื่นมาบางแล้วอย่างไม่เป็นทางการและจำนวนน้อย เท่าที่รวบรวมได้มีดังนี้ ลูกประคำ : ลูกประคำหลวงพ่อเงินทำจากงาช้างและกะลามะพร้าว มีจำนวนน้อยมาก ไม่มีพิธีรีตองอะไรในการปลุกเสก ท่านทำตามอัธยาศัยของท่าน สะดวกเมื่อไรท่านก็เสกเมื่อนั้น แสดงให้เห็นว่าท่านสามารถครองฌานได้ตลอดเวลา มีสมาธิแก่กล้าและมีพลังจิตสูงเยี่ยม ชาวอำเภอโพทะเลคนหนึ่งทำลูกประคำของท่านร่วงน้ำในฤดูน้ำหลาก จึงจุดธูปบอกท่าน ประกฎว่าพอน้ำลดลงลูกประคำของท่านที่ขาดหลุดออกมาจากเส้นได้ไหลไปรวม กัน ที่กอต้นมะลิอย่างน่าอัศจรรย์    ชานหมาก : นอกจากบุหรี่ท่านชอบ ฉันหมากพอคายชานออกมาแล้วแกล้งเหวี่ยงลงไป พวกเด็ก ๆ พวกผู้ใหญ่ก็จะแย่งกันไปคนละนิดละหน่อย ที่หกล้มตกบันไดก็ไม่ปรากฏว่าเกิดอันตรายใด ๆ เลย ชานหมาก : ของ ท่านดีทุกทาง เมตตา คงกระพัน โภคทรัพย์ครบถ้วน ทหารคนหนึ่งนำชานหมากท่านติดตัวไปสงครามเกาหลีโดนยิงไม่เข้า    ตะกรุด : ตะกรุด หลวงพ่อเงิน ที่เห็นมีทั้งทองคำ เงิน นาก ทองเหลือง และตะกั่ว เคยมีคนคลี่ตะกรุดออกมาดู พบอักขระประจำตัวของท่านคือ มะ อะ อุ เพียงสามคำเท่านั้น ตำราการสร้างตะกรุดหลวงพ่อเงินได้ถ่ายทอดสู่ศิษย์ของท่านรุ่นลูกรุ่นหลานของ ท่าน อย่างหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง หลวงพ่อเตียง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">วัตถุมงคลยุคแรกของหลวงพ่อเงิน</span></h1>
<p>ก่อนสร้างพระเครื่องรูปเหมือนอย่างเป็นทางการหลวงพ่อได้เคยสร้างหรือปลุกเสกพระเครื่องและวัตถุมงคลอื่นมาบางแล้วอย่างไม่เป็นทางการและจำนวนน้อย เท่าที่รวบรวมได้มีดังนี้</p>
<p><strong><span style="color: #333399;">ลูกประคำ :</span></strong> ลูกประคำหลวงพ่อเงินทำจากงาช้างและกะลามะพร้าว มีจำนวนน้อยมาก ไม่มีพิธีรีตองอะไรในการปลุกเสก ท่านทำตามอัธยาศัยของท่าน สะดวกเมื่อไรท่านก็เสกเมื่อนั้น แสดงให้เห็นว่าท่านสามารถครองฌานได้ตลอดเวลา มีสมาธิแก่กล้าและมีพลังจิตสูงเยี่ยม ชาวอำเภอโพทะเลคนหนึ่งทำลูกประคำของท่านร่วงน้ำในฤดูน้ำหลาก จึงจุดธูปบอกท่าน ประกฎว่าพอน้ำลดลงลูกประคำของท่านที่ขาดหลุดออกมาจากเส้นได้ไหลไปรวม</p>
<p>กัน ที่กอต้นมะลิอย่างน่าอัศจรรย์    ชานหมาก : นอกจากบุหรี่ท่านชอบ ฉันหมากพอคายชานออกมาแล้วแกล้งเหวี่ยงลงไป พวกเด็ก ๆ พวกผู้ใหญ่ก็จะแย่งกันไปคนละนิดละหน่อย ที่หกล้มตกบันไดก็ไม่ปรากฏว่าเกิดอันตรายใด ๆ เลย</p>
<p><span id="more-10"></span></p>
<p><strong><span style="color: #333399;">ชานหมาก :</span> </strong>ของ ท่านดีทุกทาง เมตตา คงกระพัน โภคทรัพย์ครบถ้วน ทหารคนหนึ่งนำชานหมากท่านติดตัวไปสงครามเกาหลีโดนยิงไม่เข้า    ตะกรุด : ตะกรุด หลวงพ่อเงิน ที่เห็นมีทั้งทองคำ เงิน นาก ทองเหลือง และตะกั่ว เคยมีคนคลี่ตะกรุดออกมาดู พบอักขระประจำตัวของท่านคือ มะ อะ อุ เพียงสามคำเท่านั้น ตำราการสร้างตะกรุดหลวงพ่อเงินได้ถ่ายทอดสู่ศิษย์ของท่านรุ่นลูกรุ่นหลานของ ท่าน อย่างหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง หลวงพ่อเตียง วัดเขารูปช้าง หลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวง เป็นต้น ประการสำคัญเล่ากันว่าเมื่อครั้งที่ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ เสด็จมานมัสการ<strong>หลวงพ่อเงิน</strong>ที่วัดบางคลานนั้น หลวงพ่อได้ปลุกเสกตะกรุดโทน ถวายเสด็จในกรม 1 ดอกด้วย โดยหลวงพ่อกล่าวว่า</p>
<p><strong><span style="color: #333399;">ตะกรุด :</span></strong> นั้น เทียบเท่าพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเพระล้วนแต่ลงอักขระที่คัดแบบบาลีซึ่ง เป็นคำสอนของพระพุทธองค์    น้ำมนต์แข็ง : น้ำมนต์หลวงพ่อเงินเลื่องลือทั้งแผ่นดินเป็นตันตำหรับน้ำมนต์แข็งเทไม่ออก โดยชาวจีนคนหนึ่งล่องเรือมาจากสุโขทัยมาถึงหน้าวัดบางคลานก็ขึ้นไปกราบหลวง พ่อ</p>
<p>โดย ตักน้ำใส่บาตรวางรอไว้ วันนั้นมีคนมากหลวงพ่อรับแขกทั้งวัน ชาวจีนคนนั้นหงุดหงิดเพระหลวงพ่อไม่เสกให้สักทีจึงคลานเข้าไปบอกท่าน แต่หลวงพ่อเงินบอกว่าได้ทำน้ำมนต์ให้แล้วนำกลับไปได้ ชาวจีนนั้นไม่เชื่อและโมโหจึงยกน้ำในบาตรเททิ้ง แต่น้ำไม่ไหลออกไป แต่กลับเกาะแน่นเหมือนน้ำแข้ง หลวงพ่อเห็นดังนั้นจึงบอกให้เทอีกครั้ง คราวนี้น้ำไหลออกจากบาตรหมด ชาวจีนคนนั้นอดได้น้ำมนต์</p>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">ตะกรุดหลวงพ่อเงิน</span><br />
<img src="../bg/tagod.jpg" alt="" width="339" height="116" /></h2>
<p><span style="color: #333399;"><strong>ภาพถ่ายศักดิ์สิทธิ์ :</strong> </span>ในสมัยนั้นการถ่ายรูปเป็นเรื่องใหม่มาก และไม่มีใครนิยมกัน                       โดย เชื่อว่าจะทำให้อายุสั้น แต่หลวงพ่อเงินท่านไม่กลัว เคยมีแขกอินเดียเดินทางผ่านมาแล้วขอบันทึกภาพท่านไว้พอกดชัตเตอร์กระจกเลนส์ แตกร้าวทันที เมื่อเปลี่ยนกล้องใหม่ถ่ายอีกครั้งก็ติดเพียงครั้งเดียว ภาพถ่ายเก่าของหลวงพ่อเงินจึงมีให้เราพบเห็นน้อยมาก กระทั้งใบปลิวใบโฆษณางานวัดที่มีรูปท่านก็ไม่มีใครกล้าลบลู่</p>
<div style="text-align: center;"><img src="../bg/00190_13.jpg" alt="" width="202" height="211" /></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปฐมเหตุการสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:25:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปฐมเหตุการสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=8</guid>
		<description><![CDATA[ปฐมเหตุการสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ในส่วนการสร้างพระเครื่อง ก่อนที่จะมีการสร้างพระรูปเหมือนหล่อโบราณนั้น หลวงพ่อเงินท่านได้จัดสร้างพระเนื้อดินและเนื้อผงอย่างไม่เป็นทางการมาก่อน เช่นกัน คนโพทะเลเก่า ๆ ที่เก็บพระท่านไว้เป็นมรดกตกทอดมีหลายพิมพ์ มีทั้งเครื่องเนี้อดิน พิมพ์พระสมเด็จที่มี อุ อยู่ด้านข้างและไม่มี อุ พิมพ์นั้งบนสัปคับช้าง พิมพ์ปิดตา พิมพ์พระเจ้าห้าพระองค์ และพิมพ์พระโบราณต่าง ๆ อาจกล่าว ได้ว่า พระเครื่องเนี้อดินองค์แรกที่ท่านเมตตาอธิษฐานจิตให้เด็กชายซุกซนคนหนึ่ง เป็นปฐมเหตุของการสร้างพระรูปเหมือนพิมพ์จอบเล็ก ในเวลาต่อมา มีเรื่องเล่าว่าท่านชอบนำดินมาแกะเป็นพระเครื่องรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วองค์ เล็กเท่าปลายก้อย แล้วแจกเด็กที่เล่นน้ำหน้าวัดเพื่อป้องกันปลาปักเป้ากัด นอกจากปลาปักเป้ากัดไม่เข้าแล้ว พระเนื้อดินองค์เล็กที่ท่านแกะเองนี้ยังสามารถกันไม้เรียวได้อีกด้วย โดยท่านมอบให้เด็กชายซุกซนจนถูกพ่อเฆี่ยนตีทุกวันไปด้วยความสงสาร แล้วบอกว่าลองไปให้พ่อตีอีกที เด็กก็ทำตามที่ท่านบอก ปรากฎว่าพ่อตีลูกไม่ถูกแม้แต่ทีเดียว จากนั้นจึงมีผู้ว่าขอพระเครื่องจากท่านจำนวนมากทั้งลูกศิษย์บ้านใกล้ บ้านไกลจนทำให้เกิดการสร้างพระเครื่องรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน พิมพ์จอบเล็ก เป็นอันดับแรกเริ่มตั้งแต่นั้นมา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">ปฐมเหตุการสร้างรูปเหมือน<strong>หลวงพ่อเงิน</strong></span></h1>
<p>ในส่วนการสร้างพระเครื่อง ก่อนที่จะมีการสร้างพระรูปเหมือนหล่อโบราณนั้น หลวงพ่อเงินท่านได้จัดสร้างพระเนื้อดินและเนื้อผงอย่างไม่เป็นทางการมาก่อน เช่นกัน คนโพทะเลเก่า ๆ ที่เก็บพระท่านไว้เป็นมรดกตกทอดมีหลายพิมพ์ มีทั้งเครื่องเนี้อดิน พิมพ์พระสมเด็จที่มี อุ อยู่ด้านข้างและไม่มี อุ พิมพ์นั้งบนสัปคับช้าง พิมพ์ปิดตา พิมพ์พระเจ้าห้าพระองค์ และพิมพ์พระโบราณต่าง ๆ</p>
<p>อาจกล่าว ได้ว่า พระเครื่องเนี้อดินองค์แรกที่ท่านเมตตาอธิษฐานจิตให้เด็กชายซุกซนคนหนึ่ง เป็นปฐมเหตุของการสร้างพระรูปเหมือนพิมพ์จอบเล็ก ในเวลาต่อมา มีเรื่องเล่าว่าท่านชอบนำดินมาแกะเป็นพระเครื่องรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วองค์ เล็กเท่าปลายก้อย แล้วแจกเด็กที่เล่นน้ำหน้าวัดเพื่อป้องกันปลาปักเป้ากัด นอกจากปลาปักเป้ากัดไม่เข้าแล้ว พระเนื้อดินองค์เล็กที่ท่านแกะเองนี้ยังสามารถกันไม้เรียวได้อีกด้วย โดยท่านมอบให้เด็กชายซุกซนจนถูกพ่อเฆี่ยนตีทุกวันไปด้วยความสงสาร แล้วบอกว่าลองไปให้พ่อตีอีกที เด็กก็ทำตามที่ท่านบอก ปรากฎว่าพ่อตีลูกไม่ถูกแม้แต่ทีเดียว จากนั้นจึงมีผู้ว่าขอพระเครื่องจากท่านจำนวนมากทั้งลูกศิษย์บ้านใกล้ บ้านไกลจนทำให้เกิดการสร้างพระเครื่องรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน พิมพ์จอบเล็ก เป็นอันดับแรกเริ่มตั้งแต่นั้นมา</p>
<div style="text-align: center;"><a href="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/wp-content/uploads/2010/12/8_3_8f631a6b63f365f.jpg"><img src="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/wp-content/uploads/2010/12/8_3_8f631a6b63f365f-195x300.jpg" alt="" title="8_3_8f631a6b63f365f" width="195" height="300" class="aligncenter size-medium wp-image-65" /></a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติหลวงพ่อเงิน</title>
		<link>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2010 12:22:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>offpoker</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประวัติหลวงพ่อเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพ่อเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[ประวัติหลวงพ่อเงิน﻿ หลวงพ่อเงิน เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน บิดาขื่อ อู๋ มารดาชื่อ นางฟัก สมัยเป็นเด็กหลวงพ่อเงินติดตามลุงชื่อ นายช่วง มาอยู่กรุงเทพ และบวชเป็นสามเณรที่วัดตองปู (วัดชนะสงคราม) เมื่อราวอายุ 12 ขวบ หลังจากบวชเณรอยู่ประมาณ 8 ปี ได้ลาสึกจากสามเณร กลับมาอยู่ที่บ้านบางคลาน ช่วงชีวิตที่บวชเรียนนี่เองเชื่อว่าท่านได้ซึมซับพระธรรมคำสอนไว้อย่างลึก ซึ่ง เพราะปรากฎว่าท่านไม่ปรารถนาเพศฆราวาส ท่านเกือบจะแต่งงานกับสาวชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ “เงิน” เหมือนกัน แต่ท่านทำบางอย่างที่ไม่คาดคิดนั่นคือ ได้ขออนุญาติจับอกพี่สะใภ้ เพื่อเปรียบเทียบกับน่องของตัวเอง จนเกิดปลงต่อสังขารโดยท่านอุทานออกมาว่า “นมกับน่องก็คือกันไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย” แล้วท่านก็ตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุฝากชีวิตไว้กับพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต เป็นการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวมั่นคง เล่ากันว่าระหว่างนั้นหญิงสาวคู่รักท่านได้ปักตาลปัตร 1 เล่มมาถวายด้วยแต่ก็มิได้ทำให้ท่านเปลี่ยนใจ พระภิษุเงิน พุทธโชติ ได้เดินทางไปศึกษาวิชาความรู้ด้านวิปปัสสนากรรมฐานแล้วอักขระสมัยที่วัดตอง ปู (วัดชนะสงคราม) อีกครั้ง ได้อยู่ที่วัดตองปู 3 พรรษา ก่อนจะกลับมาที่บางคลานเมื่อทราบว่าปู่ของท่านป่วยหนัก เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดท่านได้จำพรรษาที่ (วัดคงคาราม) หรือวัดบางคลานใต้ ที่วัดบางคลานใต้นี้จะเกิดอะไรมิทราบได้มีสมภาพชื่อ “หลวงพ่อโห้” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><img src="../bg/00190_13.jpg" alt="" width="177" height="200" /></h1>
<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;">ประวัติ<a href="http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com">หลวงพ่อเงิน﻿</a></span></h1>
<p><strong><span style="color: #333399;">หลวงพ่อเงิน</span> </strong>เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน บิดาขื่อ อู๋ มารดาชื่อ นางฟัก สมัยเป็นเด็กหลวงพ่อเงินติดตามลุงชื่อ นายช่วง มาอยู่กรุงเทพ และบวชเป็นสามเณรที่วัดตองปู (วัดชนะสงคราม) เมื่อราวอายุ 12 ขวบ หลังจากบวชเณรอยู่ประมาณ 8 ปี ได้ลาสึกจากสามเณร กลับมาอยู่ที่บ้านบางคลาน</p>
<p>ช่วงชีวิตที่บวชเรียนนี่เองเชื่อว่าท่านได้ซึมซับพระธรรมคำสอนไว้อย่างลึก ซึ่ง เพราะปรากฎว่าท่านไม่ปรารถนาเพศฆราวาส ท่านเกือบจะแต่งงานกับสาวชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ “เงิน” เหมือนกัน แต่ท่านทำบางอย่างที่ไม่คาดคิดนั่นคือ ได้ขออนุญาติจับอกพี่สะใภ้ เพื่อเปรียบเทียบกับน่องของตัวเอง จนเกิดปลงต่อสังขารโดยท่านอุทานออกมาว่า “นมกับน่องก็คือกันไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย” แล้วท่านก็ตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุฝากชีวิตไว้กับพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต เป็นการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวมั่นคง เล่ากันว่าระหว่างนั้นหญิงสาวคู่รักท่านได้ปักตาลปัตร 1 เล่มมาถวายด้วยแต่ก็มิได้ทำให้ท่านเปลี่ยนใจ</p>
<p><strong> <span style="color: #333399;">พระภิษุเงิน  พุทธโชติ</span></strong> ได้เดินทางไปศึกษาวิชาความรู้ด้านวิปปัสสนากรรมฐานแล้วอักขระสมัยที่วัดตอง ปู (วัดชนะสงคราม) อีกครั้ง ได้อยู่ที่วัดตองปู 3 พรรษา ก่อนจะกลับมาที่บางคลานเมื่อทราบว่าปู่ของท่านป่วยหนัก เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดท่านได้จำพรรษาที่ (วัดคงคาราม) หรือวัดบางคลานใต้ ที่วัดบางคลานใต้นี้จะเกิดอะไรมิทราบได้มีสมภาพชื่อ “หลวงพ่อโห้” หรือ “พระอาจารย์โห้” ท่านเป็นพระนักเทศน์ ซ้อมเทศน์ชาดกเสียงดัง พลวงพ่อเงินท่านเป็นพระวิปัสสนากรรมฐาน จึงติดสินใจไปอยู่ที่วัดวังตะโกซึ่งอยู่ตรงข้ามฟากแม่น้ำเลยขึ้นไปทางเหนือ หลวงพ่อเงินท่านคงอึดอัดใจมาก เล่าว่าท่านบ่นให้คนใกล้ชิดฟังว่า “ชาติเสือไม่ขอเนื้อใครกิน” แล้วก็หักกิ่งโพธิ์กิ่งหนึ่งติดตัวไปด้วยไปถึงบริเวณวัดวังตะโกแล้วก็อธิฐาน เสี่ยงบารมีปักกิ่งโพธิ์ลงไป ปกติตันโพธิ์จะไม่ขึ้นจากกิ่งแต่ประกฎว่ากิ่งที่ท่านอธิษฐานเจริญเติบโตงอก งาม อยู่คู่กับวัดวังตะโกหรือวัดบางคลานยาวกว่าหนึ่งร้อยปีเลยทีเดียว</p>
<p>เนื่องจากท่านเป็นพระที่เคร่งทางวิปัสสนา จึงมีคนเคารพนับถือมาก และชาวบ้านก็มาขอเครื่องรางของขลังจากท่านมิได้ขาด บางคนก็มาเพื่อให้รักษาโรคภัยไขเจ็บซึ่งท่านก็ช่วยอนุเคราะห์ให้ ต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์และได้รับสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณ ฝ่ายวิปัสสนาในที่สุด</p>
<p>ท่านมีความเมตตาอารีต่อคนทั่วไป  ใครมาหาก็ได้ต้อนรับเสมอ ชาวบ้านเอาสัตว์มาถวายท่าน<br />
ท่านก็รับไว้จนบริเวณวัดกลายเป็นสวนสัตว์ย่อม ๆ เท่าที่สืบทราบมา ท่านรักช้างของท่านมาก และเคยใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไปบวชลูกหลานให้ชาวบ้านอยู่เสมอ</p>
<p><span id="more-6"></span></p>
<p>ท่านให้ความร่วมมือในการก่อสร้างวัดต่าง ๆ เสมอเมื่อมีผู้มาขอให้ท่านช่วยเหลือด้วยบารมีของท่าน เมื่อออกปากขอร้องชาวบ้านก็ได้ผลทุกครั้ง งานใหญ่โตเท่าใดก็สำเร็จได้ พระวัดอื่นจึงมาพึ่งบารมีของท่านอยู่เสมอถ้าต้องการให้การก่อสร้างที่ค้างคา อยู่สำเร็จโดยเร็ว</p>
<p>แม้ท่านจะอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงแต่ก็มีเจ้านายผู้ใหญ่ไปหาท่านเสมอ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากับ พระยาวขิรญาณวโรรสก็เคยไปที่วัดท่านและพำนักอยู่ทำท่านหลายวัน แม้แต่กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ก็เคยไปถวายตัวเป็นศิษย์ของท่าน</p>
<p>หลวงพ่อเงินท่านมีอายุยืนมาก เมื่อสอบประวัติเกี่ยวกับวันเกิด แล้วท่านน่าจะมีอายุถึง 114 ปีมิใช้ 107 ปี อย่างที่หนังสืออื่น ๆ เขียนไว้ รูปของท่านในสมัยก่อนบางรูปก็ยังระบุไว้เด่นชัดว่าท่านมีอายุ 111 ปี แล้วในขณะนั้นท่านก็ยังมิได้สิ้นชีวิต ฉะนั้นการที่อายุของท่านจะยืนยาวถึง 114 ปี จึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างยิ่ง</p>
<p>ท่านมรณภาพเมื่อวันศุกร์แรม 11 ค่ำ เดือน 10 ปีมะแม ตรงกับ พ.ศ. 2462 และตรงกับวันเกิดของท่านพอดี คือ วันศุกร์เดือน 10 แต่วันเกิดกับวันมรณภาพห่างกันถึง 100 ปีเศษ</p>
<p>ถ้าหลวงพ่อมีอายุยืนยายถึง 114 ปีจริง ท่านก็จะมีอายุอ่อนกว่าสมเด็จพุฒาจารย์โตอยู่เพียง 17 ปีเท่านั้น คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์สิ้นชีพตักษัยเมื่อปี พ.ศ. 2415 นั้น หลวงพ่อเงินจะต้องมีอายุถึง 67 ปีแล้ว และหลวงพ่อก็มีอายุยืนยาวต่อมาอีก 47 ปี จึงมรณภาพ นับว่าท่านอายุยืนยาวมาก วิทยาคมจึงแก่กล้าเป็นธรรมดา จึงไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่าทำไมชาวบางคลานจึงยกย่องท่านเป็นเทพเจ้าผู้ทรง ความศักดิ์สิทธิ์เป็นอมตาแห่งอำเภอโพทะเล (สมเด็จพุฒาจารย์โต ชาตะ พ.ศ. 2331 สิ้นชีพตักษัย พ.ศ. 2415)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--72ca8cs7am0au8d7fud.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

