ยินดีต้อนรับสูา เว็บ หลวงพ่อเงิน.com
ท่านสามารถ พูดคุย สอบถาม หลวงพ่อเงินได้ที่นี่ครับ
ท่านสามารถ พูดคุย สอบถาม หลวงพ่อเงินได้ที่นี่ครับ
จุดสังเกตสำคัญในพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน พระเครื่องรูปหล่อหลวงพ่อเงินวัดบางคลานขนาด พิมพ์หัวหลิม บางท่านแบ่งเป็นพิมพ์ชายติดกับพิมพ์ชายห่าง โดยสังเกตจากชายจีวรในองค์พระและอาจจะมีการแบ่งเป็นพิมพ์อื่น ๆ อีก ซึ่งจะขอยกไว้ไม่นำมากล่าวในที่นี้ แต่ขอจำเฉพาะลายระเอียดสำคัญที่พระหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมควรจะมีเหมือน ๆ กัน รวมทั้งข้อสังเกตสำคัญในเนื้อหาหรือกระแสโลหะผสมที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญหลัก หรือ จุดตายในการพิจารณา จะขอกล่าวถึงตำหนิจุดเป็นจุดตายที่ใช้พิจารณาพระพิมพ์นิยม เคยมีผู้ชี้ตำหนิไว้มากกว่า 20 จุด แต่เนื่องจากต้นแบบหรือการปั่นหุ่นแกะหุ่นนั้นกระทำโดยคนๆ เดียว (คุณยายวัน สุทัศน์ ณ อยุธยา ช่างปั่นหุ่น) รายละเอียดพิมพ์ทรงโดยรวมจึงเหมือนหรือคล้ายกันแตกต่างกันก็แต่รายละเอียด อันอาจจะเกิดจากการแต่งหุ่นเทียนและการเทหล่อโลหะที่ทำให้เกิดร่องรอยของโลหะที่ขาดและเกินแตกต่างกันไปบ้าง เพราะพระพิมพ์นี้ใช้วิธีหล่อแบบเบ้าทุบติดช่อหล่อทีละองค์ จึงมีความละเอียดกว่าแบบการหล่อเบ้าหกพิมพ์ประกบของพระพิมพ์ขี้ตา พระพิมพ์นิยม จึงมีความเรียบร้อยสวยงามไม่มีตะเข็บข้างให้เห็นตำหนิจุดเป็นจุดตาย ( จุดเป็นคือตำหนิที่ควรจะมี ซึ่งบางองค์อาจไม่มีก็ได้ ส่วนจุดตายคือจุดสังเกตสำคัญที่ต้องมีหากไม่มีจะเป็นพระดูยาก ) จุดสังเกตด้านพิมพ์ทรงสำคัญทั้งพิมพ์นิยมและพิมพ์ขี้ตามีตั้งแต่บริเวณ ศรีษะ หน้าผาก คิ้ว ตา จมูก คางหัวไหล่ หน้าอก แขน ขา และตามจีบริ้วจีวรในองค์พระ
รูปเหมือนหลวงพ่อเงินว่าด้วยน้ำหนักตำรับชาวพิจิตร ก่อนอื่นใดต้องแสดงความเข้าใจก่อนว่า คำนิยาม รูปหล่อหลวงพ่อเงิน “พิมพ์นิยม” และ “พิมพ์ขี้ตา” นี้ไม่ใช่คำที่ชาวพิจิตรเขาเรียก คำสองคำนี้เพิ่งมาเกิดเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง แต่เดิมคนพิจิตรเขาเรียกพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน ตามน้ำหนัก และ สันฐานขององค์พระโดยแบ่งเป็นสองประเภทคือ 1. แบบแบน (จอบเล็ก –จอบใหญ่) 2. แบกกลม (พิมพ์นิยม – พิมพ์ขี้ตา) แบบแบน ก็คือพระเครื่องหลวงพ่อเงินพิมพ์ จอบเล็ก และจอบใหญ่ เชื่อกันว่าพิมพ์จอบเล็กสร้างก่อนพิมพ์อื่น ๆ ทั้งหมดโดยช่างฝีมือชาวบ้าน และเป็นต้นแบบใหนการจัดสร้างเป็นทางการในเวลาต่อมา แบบกลม ก็คือพระเครื่องหลวงพ่อเงินรูปหล่อ หรือรูปเหมือนของท่านแบบลอยองค์ พิมพ์นิยม และพิมพ์ขี้ตา นอกจากนี้ชาวพิจิตรเขายังประมาณน้ำหนักของพระเอาไว้กับการเรียกขานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระรูปเหมือนหล่อโบราณที่เรียกว่าแบบกลมนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ขนาดคือ ขนาดน้ำหนักหกสลึง และแบบขนาดน้ำหนักหนึ่งบาท ( เป็นเพียงค่าน้ำหนักประมาณการมิใช่น้ำหนักแท้จริงของพระ )
หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กหรือพิมพ์จอบเล็ก หลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กหรือวงการพระเครื่อง เรียกว่าพิมพ์จอบเล็กนี้มีปลอมกันมากที่สุด ส่วนใหญ่นำไปถอดพิมพ์เลียนแบบกันจึงทำให้พระออกใหม่มีขนาดเล็กกว่าองค์เดิม ไปเล็กน้อย และที่ปฏิบัติกันมากก็โดยถอดพิมพ์แล้วนำไปฉีดผลิตออกมาเป็นอุตสาหกรรม พระทำเทียมเหล่านี้ถ้ามีของจริงเปรียบเทียบจะเห็นความแตกต่างได้โดยง่าย พระ พิมพ์นี้ทำปลอมกันมาก ที่ผลิตปลอมอย่างมีฝีมือก็ทำได้ดีมากเสียด้วย ดูแทบไม่ออก บรรดาเซียนก็เคยถูกทุบกันเป็นแถวถ้าผลีผลามรีบซื้อจนเกินไป ผิวพระมันฟ้อง คือเนื้อพรูสดและตึงเกินไปนั่นเอง ที่เนื้อผิวสดนี้ ความจริงอธิบายได้ยาก เหมือนกับคำว่า พระเนื้อนุ่ม ถ้าคนไม่เป็นจะไม่เข้าใจ ถ้าเป็นแล้วจะเข้าใจทันทีว่าหมายความว่าอะไร เดิมการปลอมพระหลวงพ่อเงินพิมพ์จอบเล็กนี้กระทำโดยการฉีดโลหะด้วยเครื่องทัน สมัย พระที่ผลิตออกมาจึงเหมือน ๆ กันทุกองค์ ต่อมาคนชักจะรู้แล้ว ก็มีการผลิตโดยกรรมวิธีโบราณเลียนแบบการสร้างแบบเก่า ทำกันทีละองค์ อันนี้แหละที่เรียกว่าแสบ
หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเงินพิมพ์กลางหรือพิมพ์จอบใหญ่ข้างเม็ด ความจริงหลวงพ่อเงินพิมพ์นี้พิจารณาง่ายสุดเพราะถือ ว่ามีบล็อกเดียว เอกลักษณ์ที่ปรากฏในพิมพ์มีเหมือน ๆ กันทุกองค์ ต่อมฟองอากาศจะปรากฏได้ทุกแห่งบนองค์พระ บางครั้งจะปรากฏที่ขอบ บางครั้งก็ที่ซอกคอและซอกแขน หาที่ยุติไม่ได้ ที่เขาพิจารณากันมากและถือว่าเป็นตำหนิที่ควรพิจารณาคือ รอยบล็อกแตกที่ฐานระหว่างขอบเหรียญมาถึงข้อเท้าที่ขัดสมาธิด้านล่างและ รอยบล๊อคเป็นเส้นนูนข้างเม็ดไข่ปลาตรงไหล่ซ้ายขององค์พระพอดี
การพอกหุ่นเทียนก่อนการเททอง หลังจากได้แบบพระตามที่ต้องการแล้ว ก็จะทำบล๊อคแม่แบบขึ้นมาเพื่อจำลองหุ่นเทียนขึ้นตามแม่แบบ หุ่นเทียนนี้ความจริงก็คือหุ่นขี้ผึ้ง ซึ่งในทางปฎิบัติก็มิใช่ขี้ผึ้งบริสุทธิ์แต่อย่างใด นายช่างจะนำเอาชันผสมเข้าไปด้วยเพื่อให้เกิดความเหนียวและความแข้งเมื่อขี้ ผึ้งเย็นตัวลง นาย ช่างจะหล่อขี้ผึ้งจนเหลวแล้วเทเข้าไปในบล็อคเมื่อขี้ผึ้งเย็นตัวก็จะถอด หล๊อคนำหุ่นเทียนออกมาตกแต่งดูความเรียบร้อย การตกแต่งหุ่นเทียนนี้เองที่จะทำให้พระที่หล่อมีลักษณะต่างกันออกไป เมื่อใดหุ่นเทียนที่ต้องการแล้วก็จะติดแท่งเทียนกลมๆเข้าที่ฐานเพื่อทำ เป็นสายชนวนให้ทองที่เทแล่นเข้าสู่หุ่นเทียนได้โดยสะดวก จากนั้นก็นำหุ่นเทียนทั้งหมดมาติดกับแกนชนวนตัวแม่ซึ่งมีความใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อเป็นทางให้น้ำทองแล่นถึงหุ่นพระ เมื่อติดหุ่นพระกับแกนชนวนเรียบร้อยแล้วก็จะนำเอาน้ำมูลโคมาทาพอกหุ่นน้ำมูล โคนี้เขานำมูลโคสดไปละลายน้ำกรองเอาเศษหญ้าที่หยาบ ๆ ออกให้หมด แล้วผสมดินละเอียดเข้าไปอีกเล็กน้อยเพื่อให้นำข้นลักษณะคล้ายขี้โคลน จากนั้นก็จะใช้แปรงอ่อนจุ่มแล้วนำมาทาที่หุ่นเทียน ทาพอกไปหลาย ๆ ครั้งพอทาครั้งแรกแห้งก็ทำซ้ำพอกให้หนาขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อทาจนหนาตามความต้องการแล้ว นายช่างก็จะเริ่มให้ดินผสมทรายหยาบพอกทับไปอีกที จากนั้นก็จะเข้าลวด โดยใช้ลวดพันเขากับหุ่นเทียนทั้งหมดเพื่อไม่ให้หุ่นแตก แล้วก็ทาดินพอกทำลวดอีกที แล้วก็นำไปตากแห้ง
พิมพ์หลวงพ่อเงิน ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะพิมพ์เนื้อทองเหลืองที่วกการนิยมเล่นหากันมากที่สุดเท่านั้นส่วนพระเนี้อดินเผาหรือเนื้อประเภทอื่น ๆ จะไม่นำมากล่าวใน ณ ที่นี้ ตามประวัติเดิมนี้คนในท้องถิ่นเรียกกันอยู่ 3 แบบ คือพิมพ์ใหญ่ ซึ่งหมายถึง พระประเภทรูปหล่อลอยองค์ พระหลวงพ่อเงินพิมพ์กลาง หมายถึง เหรียญหล่อข้างเม็ด ซึ่งในสมัยนี้เรียกว่า เหรียญจอบใหญ่ และพระหลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กซึ่งหมายถึง เหรียญจอบเล็ก 1. พิมพ์ใหญ่ ในปัจจุบันคือ รูปหล่อลอยองค์ แบ่งออกเป็น 2 พิมพ์ บล๊อคขี้ตากับพิมพ์นิยมสำหรับพิมพ์นิยมนี้เป็นที่วิจารณ์กันมากว่ามีกี่พิมพ์กันแน่ ทางภาคเหนือแยกออกเป็น 2 พิมพ์คือ พิมพ์หัวโตและพิมพ์หัวเล็ก เรียกกันในวงการพระว่าพิมพ์เอ กับพิมพ์บี วงการพระเครื่องในกรุงเทพฯ ยอมรับและเช่าหากันแต่พิมพ์เอ เพราะมีรูปทรงสวยงามและราคาแพงส่วนพิมพ์บีหรือเศียรกลมนั้นเช่าหากันในราคาเบากว่า บางท่านก็ว่าพิมพ์นิยมมีพิมพ์เดียวเท่านั้นแต่ที่เศียรกลมมนเพราะการแต่ขี้ผึ้งก่อนการหล่อ การแต่งนั้นอาจเนื่องจากหล่อขี้ผึ้งแล้วถอดจากบล๊อค องค์พระหล่อไม่เต็มดี แหว่งเว้า จึงแต่ใหม่รูปทรงจึงเพี้ยนไปจากเดิม ส่วนพระพิมพ์ขี้ตานั้น วงการยอมรับว่าเป็นพระพิมพ์ต้น ซึ่งหมายถึงมีการสร้างขึ้นก่อนพิมพ์เบ่าทุบ เป็นพิมพ์ที่ยังมิได้ตบแต่งให้สวย หรือพูดง่าย ๆ ว่ายังไม่ได้พัฒนาให้งดงามนั่นเอง พระพิมพ์นี้ดูง่าย เมื่อชี้จุดและตำหนิที่น่าจดจำให้แล้วจะเข้าใจได้โดยง่ายไม่เคลือบคลุมเหมือนพิมพ์เบ่าทุบ ซึ่งมีการแต่งหุ่นเทียนให้สวยก่อนที่จะพอกหุ่น จึงทำให้เค้าหน้า รวมทั้ง ตา จมูก [...]
วัตถุมงคลยุคแรกของหลวงพ่อเงิน ก่อนสร้างพระเครื่องรูปเหมือนอย่างเป็นทางการหลวงพ่อได้เคยสร้างหรือปลุกเสกพระเครื่องและวัตถุมงคลอื่นมาบางแล้วอย่างไม่เป็นทางการและจำนวนน้อย เท่าที่รวบรวมได้มีดังนี้ ลูกประคำ : ลูกประคำหลวงพ่อเงินทำจากงาช้างและกะลามะพร้าว มีจำนวนน้อยมาก ไม่มีพิธีรีตองอะไรในการปลุกเสก ท่านทำตามอัธยาศัยของท่าน สะดวกเมื่อไรท่านก็เสกเมื่อนั้น แสดงให้เห็นว่าท่านสามารถครองฌานได้ตลอดเวลา มีสมาธิแก่กล้าและมีพลังจิตสูงเยี่ยม ชาวอำเภอโพทะเลคนหนึ่งทำลูกประคำของท่านร่วงน้ำในฤดูน้ำหลาก จึงจุดธูปบอกท่าน ประกฎว่าพอน้ำลดลงลูกประคำของท่านที่ขาดหลุดออกมาจากเส้นได้ไหลไปรวม กัน ที่กอต้นมะลิอย่างน่าอัศจรรย์ ชานหมาก : นอกจากบุหรี่ท่านชอบ ฉันหมากพอคายชานออกมาแล้วแกล้งเหวี่ยงลงไป พวกเด็ก ๆ พวกผู้ใหญ่ก็จะแย่งกันไปคนละนิดละหน่อย ที่หกล้มตกบันไดก็ไม่ปรากฏว่าเกิดอันตรายใด ๆ เลย
ปฐมเหตุการสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ในส่วนการสร้างพระเครื่อง ก่อนที่จะมีการสร้างพระรูปเหมือนหล่อโบราณนั้น หลวงพ่อเงินท่านได้จัดสร้างพระเนื้อดินและเนื้อผงอย่างไม่เป็นทางการมาก่อน เช่นกัน คนโพทะเลเก่า ๆ ที่เก็บพระท่านไว้เป็นมรดกตกทอดมีหลายพิมพ์ มีทั้งเครื่องเนี้อดิน พิมพ์พระสมเด็จที่มี อุ อยู่ด้านข้างและไม่มี อุ พิมพ์นั้งบนสัปคับช้าง พิมพ์ปิดตา พิมพ์พระเจ้าห้าพระองค์ และพิมพ์พระโบราณต่าง ๆ อาจกล่าว ได้ว่า พระเครื่องเนี้อดินองค์แรกที่ท่านเมตตาอธิษฐานจิตให้เด็กชายซุกซนคนหนึ่ง เป็นปฐมเหตุของการสร้างพระรูปเหมือนพิมพ์จอบเล็ก ในเวลาต่อมา มีเรื่องเล่าว่าท่านชอบนำดินมาแกะเป็นพระเครื่องรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วองค์ เล็กเท่าปลายก้อย แล้วแจกเด็กที่เล่นน้ำหน้าวัดเพื่อป้องกันปลาปักเป้ากัด นอกจากปลาปักเป้ากัดไม่เข้าแล้ว พระเนื้อดินองค์เล็กที่ท่านแกะเองนี้ยังสามารถกันไม้เรียวได้อีกด้วย โดยท่านมอบให้เด็กชายซุกซนจนถูกพ่อเฆี่ยนตีทุกวันไปด้วยความสงสาร แล้วบอกว่าลองไปให้พ่อตีอีกที เด็กก็ทำตามที่ท่านบอก ปรากฎว่าพ่อตีลูกไม่ถูกแม้แต่ทีเดียว จากนั้นจึงมีผู้ว่าขอพระเครื่องจากท่านจำนวนมากทั้งลูกศิษย์บ้านใกล้ บ้านไกลจนทำให้เกิดการสร้างพระเครื่องรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน พิมพ์จอบเล็ก เป็นอันดับแรกเริ่มตั้งแต่นั้นมา
ประวัติหลวงพ่อเงิน หลวงพ่อเงิน เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน บิดาขื่อ อู๋ มารดาชื่อ นางฟัก สมัยเป็นเด็กหลวงพ่อเงินติดตามลุงชื่อ นายช่วง มาอยู่กรุงเทพ และบวชเป็นสามเณรที่วัดตองปู (วัดชนะสงคราม) เมื่อราวอายุ 12 ขวบ หลังจากบวชเณรอยู่ประมาณ 8 ปี ได้ลาสึกจากสามเณร กลับมาอยู่ที่บ้านบางคลาน ช่วงชีวิตที่บวชเรียนนี่เองเชื่อว่าท่านได้ซึมซับพระธรรมคำสอนไว้อย่างลึก ซึ่ง เพราะปรากฎว่าท่านไม่ปรารถนาเพศฆราวาส ท่านเกือบจะแต่งงานกับสาวชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ “เงิน” เหมือนกัน แต่ท่านทำบางอย่างที่ไม่คาดคิดนั่นคือ ได้ขออนุญาติจับอกพี่สะใภ้ เพื่อเปรียบเทียบกับน่องของตัวเอง จนเกิดปลงต่อสังขารโดยท่านอุทานออกมาว่า “นมกับน่องก็คือกันไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย” แล้วท่านก็ตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุฝากชีวิตไว้กับพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต เป็นการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวมั่นคง เล่ากันว่าระหว่างนั้นหญิงสาวคู่รักท่านได้ปักตาลปัตร 1 เล่มมาถวายด้วยแต่ก็มิได้ทำให้ท่านเปลี่ยนใจ พระภิษุเงิน พุทธโชติ ได้เดินทางไปศึกษาวิชาความรู้ด้านวิปปัสสนากรรมฐานแล้วอักขระสมัยที่วัดตอง ปู (วัดชนะสงคราม) อีกครั้ง ได้อยู่ที่วัดตองปู 3 พรรษา ก่อนจะกลับมาที่บางคลานเมื่อทราบว่าปู่ของท่านป่วยหนัก เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดท่านได้จำพรรษาที่ (วัดคงคาราม) หรือวัดบางคลานใต้ ที่วัดบางคลานใต้นี้จะเกิดอะไรมิทราบได้มีสมภาพชื่อ “หลวงพ่อโห้” [...]