พิมพ์หลวงพ่อเงิน

Posted by offpoker on 15 December, 2010

พิมพ์หลวงพ่อเงิน

ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะพิมพ์เนื้อทองเหลืองที่วกการนิยมเล่นหากันมากที่สุดเท่านั้นส่วนพระเนี้อดินเผาหรือเนื้อประเภทอื่น ๆ จะไม่นำมากล่าวใน ณ ที่นี้ ตามประวัติเดิมนี้คนในท้องถิ่นเรียกกันอยู่ 3 แบบ คือพิมพ์ใหญ่ ซึ่งหมายถึง พระประเภทรูปหล่อลอยองค์ พระหลวงพ่อเงินพิมพ์กลาง หมายถึง

เหรียญหล่อข้างเม็ด ซึ่งในสมัยนี้เรียกว่า เหรียญจอบใหญ่ และพระหลวงพ่อเงินพิมพ์เล็กซึ่งหมายถึง เหรียญจอบเล็ก

1. พิมพ์ใหญ่ ในปัจจุบันคือ รูปหล่อลอยองค์ แบ่งออกเป็น 2 พิมพ์ บล๊อคขี้ตากับพิมพ์นิยมสำหรับพิมพ์นิยมนี้เป็นที่วิจารณ์กันมากว่ามีกี่พิมพ์กันแน่ ทางภาคเหนือแยกออกเป็น 2 พิมพ์คือ พิมพ์หัวโตและพิมพ์หัวเล็ก เรียกกันในวงการพระว่าพิมพ์เอ กับพิมพ์บี วงการพระเครื่องในกรุงเทพฯ

ยอมรับและเช่าหากันแต่พิมพ์เอ เพราะมีรูปทรงสวยงามและราคาแพงส่วนพิมพ์บีหรือเศียรกลมนั้นเช่าหากันในราคาเบากว่า บางท่านก็ว่าพิมพ์นิยมมีพิมพ์เดียวเท่านั้นแต่ที่เศียรกลมมนเพราะการแต่ขี้ผึ้งก่อนการหล่อ การแต่งนั้นอาจเนื่องจากหล่อขี้ผึ้งแล้วถอดจากบล๊อค

องค์พระหล่อไม่เต็มดี แหว่งเว้า จึงแต่ใหม่รูปทรงจึงเพี้ยนไปจากเดิม

ส่วนพระพิมพ์ขี้ตานั้น วงการยอมรับว่าเป็นพระพิมพ์ต้น ซึ่งหมายถึงมีการสร้างขึ้นก่อนพิมพ์เบ่าทุบ เป็นพิมพ์ที่ยังมิได้ตบแต่งให้สวย หรือพูดง่าย ๆ ว่ายังไม่ได้พัฒนาให้งดงามนั่นเอง พระพิมพ์นี้ดูง่าย เมื่อชี้จุดและตำหนิที่น่าจดจำให้แล้วจะเข้าใจได้โดยง่ายไม่เคลือบคลุมเหมือนพิมพ์เบ่าทุบ

ซึ่งมีการแต่งหุ่นเทียนให้สวยก่อนที่จะพอกหุ่น จึงทำให้เค้าหน้า รวมทั้ง ตา จมูก ปาก แตกต่างกันออกไป บล็อคขี้ตาส่วนมากจะมีเค้าหน้าอย่างเดียวกันทั้งหมดถ้าการเช่าซื้อกระทำอย่างละเอียดรอบคอบ และไม่โลภจะพลาดได้ยาก

นักพระเครื่องอวุโสเก่า ๆ แนะนำให้หาพระพิมพ์ขี้ตาไว้ใช้ทั้งนั้น คือเป็นพระพิมพ์ตันมีประสบการณ์มามากและที่เห็นด้วยก็คือ เท่าที่ไปเสาะหาประวัติด้านประสบการณ์ของชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นพิมพ์ขี้ตาทั้งนั้น และที่มีหลักฐานยืนยันว่าในยุคก่อนชาวบ้านนิยมพิมพ์นี้ก็คือ ในการเปิดกรุวัดโพธิ์เตี้ย

หรือเรียกกันว่า วัดหลวงพ่อขำนั้นชาวบ้านเล่าให้ฟังว่ามีพระพิมพ์บล๊อคขี้ตาและพิมพ์จอบเล็กปะปนอยู่ด้วยแต่จำนวนไม่มาก

คงจะเป็นสมบัติส่วนตัวของท่านเองแล้วนำมาบรรจุไว้ เพราะหลวงพ่อเงินทุกองค์จึงมีสนิมขุมเป็นสีเขียวจับเต็มไปหมด บางองค์มีทั้งสนิมเขียวและสนิมแดงปรากฎอยู่ซึ่งทำให้พระดูขึ้นมากเรียกว่าเป็นที่ต้องตาต้องใจของนักเลงพระมากที่สุด

ส่วนการเปิดกรุเจดีย์ในบริเวณวัดหลวงพ่อเงินนั้น ทราบว่ามีพระรูปหล่อและจอบขึ้นมาด้วยเช่นกันแต่จำนวนเท่าใดนั้นไม่สามารถยืนยันได้ แต่ก็เชื่อว่าพระที่ขึ้นจากสองกรุข้างต้นจะต้องมีคราบสนิมขึ้นหนาอย่างแน่นอน ส่วนที่ไม่ได้บรรจุกรุก็คงจะมีแต่ความเก่าประกฎให้เห็นผิวจะคล้ำ ในซอกลึก ๆ ขององค์พระจะดำแต่ก็มีบางองค์ไม่ได้ถูกใช้หรือเป็นเพราะเก่าเก็บก็จะมีคราบไฟปรากฎให้เห็น เช่นกัน แต่พระสภาพอย่างนี้หาได้ยากมากแล้วในปัจจุบันนี้

2. พิมพ์กลาง พระพิมพ์กลางนี้ หมายถึง พระหลวงพ่อเงินพิมพ์จอบใหญ่หรือพิมพ์ข้างเม็ด วงการพระเครื่องกล่าวกันว่าพระพิมพ์นี้เป็นพิมพ์สุดท้ายก่อนที่ท่านจะมรณะ ภาพ บางท่านก็ว่าเป็นพิมพ์บ๊วย บางท่านก็ว่าเป็นพิมพ์ล้างหนี้ คือผู้สร้างทำพระรูปหล่อแล้วขาดทุนจึงขอทำพระรุ่นนี้เพื่อจำหน่ายเป็นการชด เชยการขาดทุน หลวงพ่อก็อนุญาต เขาว่ากันมาอย่างนี้ก็นำมาเล่าต่อ จะเป็นความจริงหรือไม่นั้น อย่าให้ยืนยันเลย พระพิมพ์นี้เดิมนักเล่นไม่ค่อยกล้าเช่าซื้อเท่าใดนัก เพราะความไม่แน่ใจเพราะเป็นพิมพ์บ๊วย กลัวผู้สร้างจะสร้างเพิ่มอีกโดยหลวงพ่อไม่ได้ปลุกเสกให้ แต่คงจะกลัวกันไปอย่างนั้นเอง พระสมัยนั้นราคาค่างวดไม่มากมายอะไร คงไม่มีวิธีการสกปรกอย่างนั้นเป็นแน่ คือทำเพิ่มเติมกันเรื่อย ๆ ไม่รู้จักพอต่อมาก็รายการโค่นเซียนขึ้นที่กรุงเทพฯนี่เอง เป็นพระพิมพ์จอบใหญ่ข้างเม็ดออกให้บูชาที่วัดหัวลำโพง บรรดานักเล่นที่หูตาไวก็รีบไปเช่าทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้จักพระหลวงเงินพิมพ์นี้ดี ราคาองค์ละหลายเงินอยู่เหมือนกัน ต่อมาก็รู้ว่าไม่ใช่ของเก่าจริง คือผิดพิมพ์ก็เลยออกตัวกันไป และคนที่ซื้อต่อก็คงจะรู้ตัวแล้วว่าของรุ่นนี้มันทำให้เกิดบาดแผลที่หัวใจ ได้ หนังสือตอนหลัง ๆนิ้มีหลายเล่มที่ชี้ตำหนิของพระพิมพ์นี้ไว้ถ้าเปรียบเทียบเอาเองก็รู้เพราะ หน้าตาก็ผิดกันไกล ของปลอมขาดตำหนิลับไป และดูง่ายเหลือเกิน่ว่าไม่ใช่ของเก่า แต่ในสมัยก่อนก็คงจะดูยากเพราะทุกคนยังไม่สัดทัดกันเท่าใดนักเรื่องตำหนิที่ ควรจะพิจารณา

3. พิมพ์เล็ก พระพิมพ์นี้หนังสือเกี่ยวกับพระเครื่องหลายเล่มกล่าวไว้ว่า เป็นพิมพ์ต้นสุด คือ มีการสร้างก่อนทุกรุ่น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น สุดที่จะยืนยัน ความจริงแล้ว พระพิมพ์เล็กหรือพิมพ์จอบเล็กนี้สวยงามกระทัดรัด ในความรู้สึกแล้วไม่น่าจะสร้างก่อนพิมพ์ใหญบล๊อคขี้ตาลอยองค์ ซึ่งรุ่นนี้น่าจะเป็นยุคต้นจริง ๆ เพราะการสร้างยังไม่พัฒนาให้สวยงามเท่าใดนัก จะว่าสร้างขึ้นพร้อมๆ กันก็คงจะบอกได้ไม่ถนัด เพราะผู้ออกแบบไม่ใช้คนเดียวกันแน่ ผู้แต่งหุ่นเทียนก็เป็นคนละคน ความประณีตบรรจงก็แตกต่างกัน

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Comment

รถยก|เครื่องตัดหญ้า | เครื่องจักรกลหนัก|ตลาดรถ|รถเครน |พระนางพญา